แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ people แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ people แสดงบทความทั้งหมด
วันเสาร์, ตุลาคม 08, 2554
วันพุธ, กันยายน 07, 2554
วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 23, 2554
มุมมองและแนวคิดในการถ่ายภาพของศิลปินแห่งชาติ
http://www.youtube.com/results?search_query=%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B9%8C+%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3&aq=f
โดยวิทยากร อ.วรนันทน์ ชัชวาลทิพากร
------------------------------------------------------------------
ผมไม่เคยเข้าฟังการบรรยายการถ่ายรูปมาก่อนเลย
มาฟังด้วยกันครับ
โดยวิทยากร อ.วรนันทน์ ชัชวาลทิพากร
------------------------------------------------------------------
ผมไม่เคยเข้าฟังการบรรยายการถ่ายรูปมาก่อนเลย
มาฟังด้วยกันครับ
วันพุธ, ธันวาคม 22, 2553
วันเสาร์, พฤศจิกายน 27, 2553
วันจันทร์, พฤศจิกายน 08, 2553
ประกวดรูปศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หมดเขต 30 พย.
| ขอเชิญส่งภาพถ่ายเข้าประกวดในหัวข้อ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ |
แถลงข่าวการประกวดภาพถ่ายเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชน
เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ ณ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาตัดสินการประกวดภาพถ่ายเพื่อส่งเสริม สิทธิมนุษยชน และองค์กรร่วมจัดงาน จัดพิธีแถลงข่าวการประกวดภาพถ่ายเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชน โดยนายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช กล่าวโดยสรุปว่า
เนื่องด้วยวันที่ ๑๐ ธันวาคมของทุกปีเป็นวันสิทธิมนุษยชนสากล คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้จัดงานวันสิทธิมนุษยชนสากลขึ้นในวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๓ ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา โดยยึดหลักการจัดงาน คือ “ร่วมปฏิรูปสังคมไทย ร่วมใจเพื่อสิทธิมนุษยชน”
ในปีนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ดำเนินโครงการประกวดภาพถ่ายเพื่อ ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนขึ้น เพื่อส่งเสริมให้สังคมตระหนักรู้ในเรื่องสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ถ่ายทอดผ่านสื่อภาพถ่ายในหัวข้อ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” Human Dignity โดยมีองค์กรร่วมจัดงานให้การสนับสนุน จำนวนทั้งสิ้น ๑๓ องค์กรประกอบด้วย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ สมาคมถ่ายภาพกรุงเทพ บริษัท โฟโต้ฮัท กรุ๊ป บริษัท แอดวานซ์ โฟโต้ ซีสเทมส์ จำกัด บริษัท มีเดีย เน็ทเวิร์ค จำกัด บริษัท ชุน ซีนเนอร์จี จำกัด บริษัท อิมเมจ ควอลิตี้ แล็บ จำกัด บริษัท อิสท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด บริษัท เจ๊บเซ่น แอนด์ เจ๊สเซ่น มาร์เก็ตติ้ง (ที) จำกัด บริษัท บิ๊กคาเมร่า จำกัด บริษัท ออสก้า โฮลดิ้ง จำกัด และ ชมรมภาพถ่ายขาวดำแห่งประเทศไทย
การพิจารณาตัดสินภาพถ่าย แบ่งเป็น ๓ ประเภท ดังนี้
๑. ประเภทเด็ก อายุไม่เกิน ๑๘ ปี
รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาท
รางวัลที่ ๒ เงินรางวัล ๗,๐๐๐ บาท
รางวัลที่ ๓ เงินรางวัล ๕,๐๐๐ บาท
๒. ประเภทเยาวชน อายุ ๑๘ – ๒๕ ปี
รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๒๐,๐๐๐ บาท
รางวัลที่ ๒ เงินรางวัล ๑๕,๐๐๐ บาท
รางวัลที่ ๓ เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาท
๓. ประเภทประชาชนทั่วไป
รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๓๐,๐๐๐ บาท
รางวัลที่ ๒ เงินรางวัล ๒๐,๐๐๐ บาท
รางวัลที่ ๓ เงินรางวัล ๑๕,๐๐๐ บาท
รางวัลชมเชย จำนวน ๘ รางวัล เงินรางวัล ๕,๐๐๐ บาท
ผู้ได้รับรางวัลทุกรางวัลจะได้รับมอบเกียรติบัตรจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ และของรางวัลจากองค์กรร่วมจัดมอบให้ เช่น กล้อง อุปกรณ์การถ่ายภาพ บัตรกำนัล สิทธิ์การเป็นสมาชิกวารสารถ่ายภาพ มากมาย อาทิ
บริษัท โฟโต้ฮัท มอบบัตรกำนัลรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวด รวมทั้งสิ้น ๒๐,๐๐๐ บาท
บริษัท แอดวานซ์ โฟโต้ ซีสเทมส์ จำกัด มอบ ขาตั้งกล้องภาพนิ่งพร้อมหัวบอล ยี่ห้อ Manfrotto ๑๙๐XPROB+๔๙๖RCC2 จำนวน ๑ รางวัล และยี่ห้อ National Geographic จำนวน ๑๐ รางวัล และกระเป๋ากล้องยี่ห้อ KATA รุ่น H ๑๖ , C-58 C-59 มูลค่ารวมทั้งสิ้น ๕๙,๖๐๐ บาท
บริษัท มีเดีย เน็ทเวิร์ค จำกัด สนับสนุนการประชาสัมพันธ์ข่าวการประกวดภาพถ่ายลงนิตยสาร PHOTOTECH และเว็บไซต์ และมอบสิทธิ์การเป็นสมาชิกนิตยสาร PHOTOTECH ๑ ปี ๑๔ รางวัล มูลค่ารวมทั้งสิ้น ๑๓,๔๔๐ บาท
บริษัท อิมเมจ ควอลิตี้ แล็บ จำกัด มอบบัตรกำนัลมูลค่า รวมทั้งสิ้น ๖,๐๐๐ บาท
บริษัท อิสท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด มอบกล้องยี่ห้อ Ricoh R ๑๐ จำนวน ๑ รางวัล มูลค่า ๘,๐๐๐ บาท
บริษัท ชุน ซีนเนอร์จี จำกัด สนับสนุนการประชาสัมพันธ์ข่าวการประกวดภาพถ่ายลงนิตยสาร FOTOINFO ฉบับที่ ๖๘ เดือนพฤศจิกายน
กำหนดส่งภาพเข้าประกวดตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ โดยจะทำพิธีมอบรางวัลในวันงานสิทธิมนุษยชนสากล ๑๐ ธันวาคม ประจำปี ๒๕๕๓ ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๓ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ www.nhrc.or.th
คุณสงคราม โพธิ์วิไล กล่าวว่า สิ่งที่พูดเป็นร้อยคำพันคำ หรือจะเขียนเป็นตัวหนังสือก็สู้ภาพถ่ายไม่ได้ ภาพที่จะดีได้สวยได้จะต้องมีลักษณะ สวยด้วยแสง แรงด้วยสี ดีด้วยเรื่อง เฟื่องด้วยปรัชญาของผู้ถ่ายและมีการแสวงหาและการรอคอยได้
คุณสมชาย ครองสมบูรณ์ กล่าวถึงกิจกรรมนี้ว่า การถ่ายภาพเพื่อสิทธิมนุษยชน มี ๒ กระบวนการ คือ ผู้ที่ถ่ายภาพก็จะค้นหาว่าสิทธิมนุษยชนคืออะไร และเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง ศึกษาเพื่อให้ถ่ายภาพให้ตรงกับข้อกำหนด คนก็จะเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนมากขึ้น เมื่อภาพที่ได้มีโอกาสเผยแพร่ไปสู่สารธารณชน ภาพหนึ่งภาพบางครั้งมีคำบรรยายไม่กี่คำ แต่คนดูสามารถเข้าใจลึกซึ้งได้มาก ซึ่งเป็นนิมิตรหมายอันดีที กสม. รู้จักเอาเรื่องของการประกวดภาพมาเป็นสื่อของการประชาสัมพันธ์ทำให้คนเข้าใจ ถึงสิทธิมนุษยชนมากขึ้น และขอให้สื่อมวลชนช่วยกันเผยแพร่กิจกรรมดังกล่าว
นางสาวอาจศิรินทร์ ชูนาม Missphotohut 2010 กล่าวเชิญชวนให้ประชาชนหันกลับมาเห็นความสำคัญของสิทธิมนุษยชน โดยยกข้อคิดของพระพุทธเจ้าว่า อย่ามองว่าคนอื่นสูงกว่าเราเพราะจะทำให้เรารู้สึกด้อย อย่ามองว่าคนอื่นต่ำต้อยกว่าเราเพราะจะทำให้เราเกิดทิฐิ อย่ามองว่าคนอื่นเสมอกับเราเพราะจะทำให้เกิดการแข่งขัน การแก่งแย่งชิงดีกัน ให้มองว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาล้วนเป็นพี่น้องร่วมแผ่นดินเดียวกัน มีสิทธิมีหน้าที่มีประโยชน์เท่าเทียมกัน แล้วทุกคนก็จะอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข และกล่าวเชิญชวนให้ส่งภาพถ่ายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนเข้าประกวด ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เพราะภาพถ่ายสามารถบ่งบอกได้ถึงความรู้สึกและความเข้าใจในเรื่องสิทธิมนุษย ชนของทุกคนได้เป็นอย่างดี
รายละเอียดเพิ่มเติม โดยกลุ่มงานสารนิเทศ

กรอบและหลักเกณฑ์การประกวดภาพถ่ายเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชน
๑. หัวข้อการประกวด
“ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ “ “Human Dignity”
๒. ประเภทของภาพถ่าย
ภาพถ่ายฟิล์มสี ฟิล์มขาวดำ และ ดิจิตอล
๓. ผู้มีสิทธิ์ส่งผลงานเข้าประกวด
เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป
๔. เงื่อนไขข้อกำหนดในการส่งภาพถ่ายเข้าประกวด
๔.๑ ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดจะต้องเป็นภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นถึง คุณค่าของความเป็นมนุษย์ ที่มีความเท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน เคารพและปฏิบัติต่อกันเสมือนพี่น้อง โดยสามารถถ่ายภาพได้ทั้งกล้องบรรจุฟิล์มและกล้องดิจิตอล
๔.๒ ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดเป็นภาพสี หรือภาพ ขาวดำ ขนาดของภาพไม่ต่ำกว่า ๑๒ X ๑๘ นิ้ว พร้อมทั้งส่งฟิล์ม หรือไฟล์ภาพที่บันทึกลงแผ่นซีดี มาพร้อมภาพถ่ายผลงานที่เข้าร่วมประกวด ในกรณีภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลฟิล์ม หรือแผ่น ซีดีจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๔.๓ กรณีภาพถ่ายที่ใช้กล้องระบบ Digital หรือกล้องที่ใช้ฟิล์ม สามารถ Scan จากฟิล์ม ส่งภาพถ่ายเข้าประกวดในประเภทกล้อง Digital ได้ ซึ่ง File ต้องขยายภาพถ่ายได้ไม่น้อยกว่าขนาด ๑๒ X ๑๘ นิ้ว และจะต้องส่งมาในรูปแบบของ File JPEG เท่านั้น
๔.๔ ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดสามารถสร้างสรรค์ได้และไม่ตกแต่งเกินความเป็นจริง
๔.๕ ผู้ส่งผลงานภาพถ่ายเข้าประกวดได้ไม่จำกัดจำนวน แต่จะได้รับการพิจารณารางวัลสูงสุดเพียงรางวัลเดียว
๔.๖ ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดผู้ส่งจะต้องเขียนชื่อภาพ ชื่อสถานที่ในภาพ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ของผู้ส่งภาพถ่ายเข้าประกวดอย่างชัดเจนในใบสมัครที่กำหนด และผู้ส่งภาพถ่ายเข้าประกวดจะต้องเป็นผู้ถ่ายภาพที่ส่งเข้าประกวดด้วยตนเอง เท่านั้น หากพิสูจน์ได้ภายหลังว่าผู้ส่งเข้าประกวดไม่ได้เป็นเจ้าของผลงาน ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ในการจะเรียกรางวัลที่ได้รับไปแล้วกลับคืนหรือตัดสิทธิ์ ในการรับรางวัล ผู้จัดการประกวดจะไม่รับผิดชอบใด ๆ กรณีถูกแอบอ้าง หรือการละเมิดลิขสิทธิ์ในการนำภาพของบุคคลอื่นส่งเข้าประกวด
๔.๗ ผู้ส่งภาพถ่ายเข้าประกวดต้องมีสัญชาติไทย และสถานที่ปรากฏในภาพถ่ายต้องเป็นสถานที่ภายในประเทศไทยเท่านั้น
๔.๘ ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีสิทธิ์คัดเลือกนำไปจัดแสดงในที่ต่างๆ และมีสิทธิ์ในการจัดพิมพ์เผยแพร่ผลงานใน สูจิบัตร และเอกสารสิ่งพิมพ์ รวมทั้งสารสนเทศทุกประเภท
๔.๙ ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะพยายาม รักษาให้ดีที่สุด ยกเว้นความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยเหตุสุดวิสัย
๔.๑๐ ผู้ส่งภาพประกวดทุกท่าน ยินยอมปฏิบัติตามกติกาที่ระบุไว้ข้างต้นทุกประการ และผลการตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
๕. การพิจารณาคัดเลือกและตัดสินภาพถ่าย
การตัดสินพิจารณาจากคุณค่าของผลงานเป็นหลัก คณะกรรมการมีสิทธิกำหนดวิธีการตัดสิน การตัดสินของคณะกรรมการคัดเลือกและตัดสินถือว่าเป็นที่สิ้นสุด จะอุทธรณ์มิได้ คณะกรรมการคัดเลือกและตัดสินจะพิจารณาคัดเลือกเฉพาะผลงานที่มีคุณภาพเหมาะสม เข้าร่วมแสดง
การตัดสินแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท
๑) ประเภทเด็ก อายุ ไม่เกิน ๑๘ ปี
๒) ประเภทเยาวชน อายุ ๑๘ – ๒๕ ปี
๓) ประเภทประชาชนทั่วไป
๖. รางวัล แบ่งเป็นประเภทละ ๓ รางวัล ประกอบด้วย
๖.๑ ประเภทเด็ก อายุไม่เกิน ๑๘ ปี
๖.๑.๑ รางวัลที่ ๑ จำนวน ๑ รางวัล เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร และ บัตรกำนัล (Gift voucher) มูลค่า ๓,๐๐๐ บาท จากบริษัท โฟโต้ฮัท กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด
๖.๑.๒ รางวัลที่ ๒ จำนวน ๑ รางวัล เงินรางวัล ๗,๐๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร
๖.๑.๓ รางวัลที่ ๓ จำนวน จำนวน ๑ รางวัล ๆ ละ ๕,๐๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร
๖.๒ ประเภทเยาวชน อายุ ๑๘ – ๒๕ ปี
๖.๒.๑ รางวัลที่ ๑ จำนวน ๑ รางวัล เงินรางวัล ๒๐,๐๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร และ บัตรกำนัล (Gift voucher) มูลค่า ๗,๐๐๐ บาท จากบริษัท โฟโต้ฮัท กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด
๖.๒.๒ รางวัลที่ ๒ จำนวน ๑ รางวัล เงินรางวัล ๑๕,๐๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร
๖.๒.๓ รางวัลที่ ๓ จำนวน ๑ รางวัล เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร
๖.๓ ประเภทประชาชนทั่วไป
๖.๓.๑ รางวัลที่ ๑ จำนวน ๑ รางวัล เงินรางวัล ๓๐,๐๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร และบัตรกำนัล (Gift voucher) มูลค่า ๑๐,๐๐๐ บาท จากบริษัท โฟโต้ฮัท กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด
๖.๓.๒ รางวัลที่ ๒ จำนวน ๑ รางวัล เงินรางวัล ๒๐,๐๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร
๖.๓.๓ รางวัลที่ ๓ จำนวน ๑ รางวัล เงินรางวัล ๑๕,๐๐๐ บาท
๖.๓.๔ รางวัลชมเชย จำนวน ๘ รางวัล เงินรางวัล ๕,๐๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร
๗. กำหนดการ
การส่งผลงานภาพถ่ายตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
๗.๑ ทางไปรษณีย์ ภายในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ในวันและเวลาราชการ (โดยนับวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ)
ส่งถึง กลุ่มงานสารนิเทศ สำนักส่งเสริมและประสานงานเครือข่าย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ อาคารบี ชั้น ๖ และชั้น ๗ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐
๗.๒ ด้วยตนเอง ภายในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ในวันและเวลาราชการ
ณ กลุ่มงานสารนิเทศ สำนักส่งเสริมและประสานงานเครือข่าย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ อาคารบี ชั้น ๖ และชั้น ๗ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐
(ผลงานภาพถ่ายที่ส่งเกินกำหนดเวลาจะไม่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกและตัดสิน)
การตัดสินผลงานภาพถ่ายวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
การประกาศผลการตัดสิน ณ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประกาศผลทางเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทางเว็บไซต์ www.nhrc.or.th c]tแจ้งผลให้ผู้ได้รับรางวัลทราบโดยตรง
การจัดแสดงผลงานภาพถ่าย
กำหนดให้มีการแสดงภาพถ่ายของผู้ได้รับรางวัลและผู้เข้าประกวดในงาน วันสิทธิมนุษยชนสากล และให้มีการแสดงภาพในรูปแบบนิทรรศการเคลื่อนที่สำหรับเผยแพร่ทั่วประเทศ
๘. รับผลงานภาพถ่ายคืนสำหรับผู้ไม่ได้รับรางวัล ระหว่างวันที่ ๑๐ มกราคม – ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ในวันและเวลาราชการ ณ กลุ่มงานสารนิเทศ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๙. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานสารนิเทศ สำนักส่งเสริมและประสานงานเครือข่าย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ อาคารบี ชั้น ๖ และชั้น ๗ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐


เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ ณ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาตัดสินการประกวดภาพถ่ายเพื่อส่งเสริม สิทธิมนุษยชน และองค์กรร่วมจัดงาน จัดพิธีแถลงข่าวการประกวดภาพถ่ายเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชน โดยนายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช กล่าวโดยสรุปว่า
เนื่องด้วยวันที่ ๑๐ ธันวาคมของทุกปีเป็นวันสิทธิมนุษยชนสากล คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้จัดงานวันสิทธิมนุษยชนสากลขึ้นในวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๓ ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา โดยยึดหลักการจัดงาน คือ “ร่วมปฏิรูปสังคมไทย ร่วมใจเพื่อสิทธิมนุษยชน”
ในปีนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ดำเนินโครงการประกวดภาพถ่ายเพื่อ ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนขึ้น เพื่อส่งเสริมให้สังคมตระหนักรู้ในเรื่องสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ถ่ายทอดผ่านสื่อภาพถ่ายในหัวข้อ “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” Human Dignity โดยมีองค์กรร่วมจัดงานให้การสนับสนุน จำนวนทั้งสิ้น ๑๓ องค์กรประกอบด้วย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ สมาคมถ่ายภาพกรุงเทพ บริษัท โฟโต้ฮัท กรุ๊ป บริษัท แอดวานซ์ โฟโต้ ซีสเทมส์ จำกัด บริษัท มีเดีย เน็ทเวิร์ค จำกัด บริษัท ชุน ซีนเนอร์จี จำกัด บริษัท อิมเมจ ควอลิตี้ แล็บ จำกัด บริษัท อิสท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด บริษัท เจ๊บเซ่น แอนด์ เจ๊สเซ่น มาร์เก็ตติ้ง (ที) จำกัด บริษัท บิ๊กคาเมร่า จำกัด บริษัท ออสก้า โฮลดิ้ง จำกัด และ ชมรมภาพถ่ายขาวดำแห่งประเทศไทย
การพิจารณาตัดสินภาพถ่าย แบ่งเป็น ๓ ประเภท ดังนี้
๑. ประเภทเด็ก อายุไม่เกิน ๑๘ ปี
รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาท
รางวัลที่ ๒ เงินรางวัล ๗,๐๐๐ บาท
รางวัลที่ ๓ เงินรางวัล ๕,๐๐๐ บาท
๒. ประเภทเยาวชน อายุ ๑๘ – ๒๕ ปี
รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๒๐,๐๐๐ บาท
รางวัลที่ ๒ เงินรางวัล ๑๕,๐๐๐ บาท
รางวัลที่ ๓ เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาท
๓. ประเภทประชาชนทั่วไป
รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๓๐,๐๐๐ บาท
รางวัลที่ ๒ เงินรางวัล ๒๐,๐๐๐ บาท
รางวัลที่ ๓ เงินรางวัล ๑๕,๐๐๐ บาท
รางวัลชมเชย จำนวน ๘ รางวัล เงินรางวัล ๕,๐๐๐ บาท
ผู้ได้รับรางวัลทุกรางวัลจะได้รับมอบเกียรติบัตรจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ และของรางวัลจากองค์กรร่วมจัดมอบให้ เช่น กล้อง อุปกรณ์การถ่ายภาพ บัตรกำนัล สิทธิ์การเป็นสมาชิกวารสารถ่ายภาพ มากมาย อาทิ
บริษัท โฟโต้ฮัท มอบบัตรกำนัลรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวด รวมทั้งสิ้น ๒๐,๐๐๐ บาท
บริษัท แอดวานซ์ โฟโต้ ซีสเทมส์ จำกัด มอบ ขาตั้งกล้องภาพนิ่งพร้อมหัวบอล ยี่ห้อ Manfrotto ๑๙๐XPROB+๔๙๖RCC2 จำนวน ๑ รางวัล และยี่ห้อ National Geographic จำนวน ๑๐ รางวัล และกระเป๋ากล้องยี่ห้อ KATA รุ่น H ๑๖ , C-58 C-59 มูลค่ารวมทั้งสิ้น ๕๙,๖๐๐ บาท
บริษัท มีเดีย เน็ทเวิร์ค จำกัด สนับสนุนการประชาสัมพันธ์ข่าวการประกวดภาพถ่ายลงนิตยสาร PHOTOTECH และเว็บไซต์ และมอบสิทธิ์การเป็นสมาชิกนิตยสาร PHOTOTECH ๑ ปี ๑๔ รางวัล มูลค่ารวมทั้งสิ้น ๑๓,๔๔๐ บาท
บริษัท อิมเมจ ควอลิตี้ แล็บ จำกัด มอบบัตรกำนัลมูลค่า รวมทั้งสิ้น ๖,๐๐๐ บาท
บริษัท อิสท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด มอบกล้องยี่ห้อ Ricoh R ๑๐ จำนวน ๑ รางวัล มูลค่า ๘,๐๐๐ บาท
บริษัท ชุน ซีนเนอร์จี จำกัด สนับสนุนการประชาสัมพันธ์ข่าวการประกวดภาพถ่ายลงนิตยสาร FOTOINFO ฉบับที่ ๖๘ เดือนพฤศจิกายน
กำหนดส่งภาพเข้าประกวดตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ โดยจะทำพิธีมอบรางวัลในวันงานสิทธิมนุษยชนสากล ๑๐ ธันวาคม ประจำปี ๒๕๕๓ ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๓ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ www.nhrc.or.th
คุณสงคราม โพธิ์วิไล กล่าวว่า สิ่งที่พูดเป็นร้อยคำพันคำ หรือจะเขียนเป็นตัวหนังสือก็สู้ภาพถ่ายไม่ได้ ภาพที่จะดีได้สวยได้จะต้องมีลักษณะ สวยด้วยแสง แรงด้วยสี ดีด้วยเรื่อง เฟื่องด้วยปรัชญาของผู้ถ่ายและมีการแสวงหาและการรอคอยได้
คุณสมชาย ครองสมบูรณ์ กล่าวถึงกิจกรรมนี้ว่า การถ่ายภาพเพื่อสิทธิมนุษยชน มี ๒ กระบวนการ คือ ผู้ที่ถ่ายภาพก็จะค้นหาว่าสิทธิมนุษยชนคืออะไร และเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง ศึกษาเพื่อให้ถ่ายภาพให้ตรงกับข้อกำหนด คนก็จะเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนมากขึ้น เมื่อภาพที่ได้มีโอกาสเผยแพร่ไปสู่สารธารณชน ภาพหนึ่งภาพบางครั้งมีคำบรรยายไม่กี่คำ แต่คนดูสามารถเข้าใจลึกซึ้งได้มาก ซึ่งเป็นนิมิตรหมายอันดีที กสม. รู้จักเอาเรื่องของการประกวดภาพมาเป็นสื่อของการประชาสัมพันธ์ทำให้คนเข้าใจ ถึงสิทธิมนุษยชนมากขึ้น และขอให้สื่อมวลชนช่วยกันเผยแพร่กิจกรรมดังกล่าว
นางสาวอาจศิรินทร์ ชูนาม Missphotohut 2010 กล่าวเชิญชวนให้ประชาชนหันกลับมาเห็นความสำคัญของสิทธิมนุษยชน โดยยกข้อคิดของพระพุทธเจ้าว่า อย่ามองว่าคนอื่นสูงกว่าเราเพราะจะทำให้เรารู้สึกด้อย อย่ามองว่าคนอื่นต่ำต้อยกว่าเราเพราะจะทำให้เราเกิดทิฐิ อย่ามองว่าคนอื่นเสมอกับเราเพราะจะทำให้เกิดการแข่งขัน การแก่งแย่งชิงดีกัน ให้มองว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาล้วนเป็นพี่น้องร่วมแผ่นดินเดียวกัน มีสิทธิมีหน้าที่มีประโยชน์เท่าเทียมกัน แล้วทุกคนก็จะอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข และกล่าวเชิญชวนให้ส่งภาพถ่ายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนเข้าประกวด ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เพราะภาพถ่ายสามารถบ่งบอกได้ถึงความรู้สึกและความเข้าใจในเรื่องสิทธิมนุษย ชนของทุกคนได้เป็นอย่างดี
รายละเอียดเพิ่มเติม โดยกลุ่มงานสารนิเทศ

กรอบและหลักเกณฑ์การประกวดภาพถ่ายเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชน
๑. หัวข้อการประกวด
๒. ประเภทของภาพถ่าย
๓. ผู้มีสิทธิ์ส่งผลงานเข้าประกวด
๔. เงื่อนไขข้อกำหนดในการส่งภาพถ่ายเข้าประกวด
๕. การพิจารณาคัดเลือกและตัดสินภาพถ่าย
๖. รางวัล แบ่งเป็นประเภทละ ๓ รางวัล ประกอบด้วย
๗. กำหนดการ
ณ กลุ่มงานสารนิเทศ สำนักส่งเสริมและประสานงานเครือข่าย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ อาคารบี ชั้น ๖ และชั้น ๗ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐
(ผลงานภาพถ่ายที่ส่งเกินกำหนดเวลาจะไม่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกและตัดสิน)
๘. รับผลงานภาพถ่ายคืนสำหรับผู้ไม่ได้รับรางวัล ระหว่างวันที่ ๑๐ มกราคม – ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ในวันและเวลาราชการ ณ กลุ่มงานสารนิเทศ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๙. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานสารนิเทศ สำนักส่งเสริมและประสานงานเครือข่าย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ อาคารบี ชั้น ๖ และชั้น ๗ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐


วันศุกร์, ตุลาคม 22, 2553
คนไทยรีบร้อน
หรือเปล่า
สืบเนื่องจาก เวลานั่งเครื่องบิน แล้วพบพฤติกรรมว่า เมื่อเครื่องบินลงจอดแล้ววิ่งเข้าไปที่อาคารผู้โดยสารเพื่อต่อกับงวงช้าง สัญญาณให้ใส่เข็มขัดนิรภัยยังติดอยู่ แต่ก็จะพบว่าเริ่มมีคนปลดเข็มขัดลุกขึ้นมาหยิบกระเป๋าสัมภาระจากที่เก็บด้านบน แล้วรีบมายืนรอคิวกัน ยาวๆหน้าประตูเครื่อง แบบว่ารีบมาก คงมีธุระด่วน
ก็เก็บข้อสงสัยไว้
พอมาวันนี้ ไปให้บริจาคเลือดมา เค้าจะมีเตียง 12 เตียงแต่ละเตียงจะมีที่นั่งรอประจำเตียง 3 ที่นั่ง
นอกเหนือจากนั้น ก็จะมีที่นั่งรอแบบเป็นกลุ่มใหญ่หลายสิบที่นั่ง เพื่อทั้งรอให้เก้าอี้แต่ละเตียงว่าง และรอเพื่อที่จะพักร่างกาย
พฤติกรรมที่พบคือ คนบริจาคไปยืนรอต่อแถวต่อท้าย จากเก้าอี้ประจำเตียงกันเลยครับ ยาวออกมา3-5คนต่อแถว
ทั้งๆที่ เก้าอี้ที่เค้าให้รอกลุ่มใหญ่ก็ว่างโล่ง อะนะ
วันจันทร์, ตุลาคม 11, 2553
ใบหน้าเปื้อนยิ้ม
เวลารถติดไฟแดง โดยเฉพาะข้างๆสถานีรถไฟฟ้า
สิ่งที่ทำให้ลืมเวลานับถอยหลังของไฟแดง ก็คือการสังเกตุผู้คนรอบข้าง
โดยเฉพาะ เวลาผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาครับ
ในแต่ละวัน ก็สังเกตุทีละเรื่อง เพลินดี
เรื่องล่าสุดที่สังเกตุคือ ใบหน้าเปื้อนยิ้มครับ
ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ไม่ใช่คนเดินยิ้มตลอดเวลา หรือคนที่ยิ้มหวานให้ทุกคน
แต่ใบหน้าเปื้อนยิ้มคือ ใบหน้าที่มีรอยแห่งความสุขอยู่ในนั้น
(พบเห็นบ่อยเวลาเดินคุย )
เหมือนเคยยิ้มมาแล้วแต่ยัง ลบล้างรอยยิ้มไปไม่หมด
ใบหน้าประเภทนี้ เวลามองแล้วจะทำให้ไม่เครียด และดูสังคมมีความสุข
GHP (Gross Happiness productivity)
แต่สิ่งที่พบคือ น้อยมากครับ ที่จะมีคนที่เดินตามถนน แล้วมีใบหน้าที่ยังเปื้อนยิ้มอยู่
รึ จริงๆแล้ว มันไม่มีอยู่แล้ว ใบหน้าแบบนั้น
วันศุกร์, มิถุนายน 26, 2552
รำธง กงเต็ก

คืนนี้ไปร่วมงานศพมาครับ
ถือโอกาสถ่ายคลิปตอนรำธงบางช่วงมาด้วยเป็นที่ระลึก
-------------------------------------------------------
พิธี "ซึงกิมซัว" แปลว่า ทลายภูเขาทอง เพื่อเป็นนัยอวยพรให้ลูกหลานรุ่งเรือง โดยเป็นการแสดงรำธงของพระจีนปลอม คือผู้ชายใส่ชุดพระสีแดงพร้อมหมวกพระจีนออกมาแล้ว แสดงโชว์เป็นธรรมเนียมเฉพาะ ของคนจีนอำเภอเตี้ยเอี้ยและเป็นธรรมเนียมว่าลูกสาวที่ออกเรือนแล้วจัดมาไหว้ บุพการีให้ได้ชมก่อนจะถึงพิธีกรรมการพาข้ามสะพานกงเต๊กไปไหว้พระพุทธในแดน สวรรค์
ก่อนเริ่มพิธีจะต้องมีการไหว้บูชา โดยลูกสาวที่ออกเรือนแล้วเท่านั้นมาจุดธูปไหว้ บอกผู้ตายว่าจะไหว้ "ซึงกิมซัว" โชว์ ที่หน้าโต๊ะไหว้ ที่ตั้งพิเศษอัญเชิญภาพปฏิมาขององค์อมิตาภพระพุทธเจ้า
อ่านเนื้อหาเต็มๆ ได้ที่ http://th.wikipedia.org/wiki/กงเต๊ก
วันอาทิตย์, พฤษภาคม 24, 2552
มหัศจรรย์แห่งแสง
http://photo.net/photos/rarindra
เพื่อนชาวพม่าที่อยู่ในอินโดนีเซีย เรียกเขาว่าปรากฏการณ์ rarindra
เห็นแล้ว อยากจะถ่ายรูปขึ้นมาอีกแล้วสิ
จากบทสัมภาษณ์สั้นๆที่นี่ http://www.ephotozine.com/article/Rarindras-lighting-has-got-people-talking-10066
"The light is real, it's natural and can be found in my country," said Rarindra.
"My country is unique, its very diverse. There are over 13,000 islands to explore each with a unique landscape, culture and language."
"You have to get up early to see and feel the light. Beautiful light is my obsession, I always search for this as I feel the objects I photograph will look more special if the light does too."
"People judge and ask for proof to show the rays of light are not fake, I say come visit. There isn't any more proof than that."
"I have never said I don't do any Photoshop. I manage dark/light areas and I use the burn, Rarindra's lighting has got people talking brushing and mask tools. It's also about knowing how to manage tones, you're the only one who knows this as you know what mood you want to set in your work."
"I don't often plan as I like everything to look natural. I like people to have expression and to gesture in the photographs and by doing so I hope everything looks logical and natural."
"Shoot on one camera, edit the pictures and share your work with the world, it's very easy."
![[fotografo+rarindra+prakarsa.jpg]](https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg1MhqruZKUgL37RKy-3FfW0drwdTCA-q0-BQqzCYpImT3Wx7K-I6jsOIVNVyvPcMwSKnG23F6_aEXFU0z1lCT-fbTz7GigEjrQkYKD7mcYksUPOHbFCXayhiQ7JpICBjcb-Kac/s1600/fotografo+rarindra+prakarsa.jpg)
เพื่อนชาวพม่าที่อยู่ในอินโดนีเซีย เรียกเขาว่าปรากฏการณ์ rarindra
เห็นแล้ว อยากจะถ่ายรูปขึ้นมาอีกแล้วสิ
จากบทสัมภาษณ์สั้นๆที่นี่ http://www.ephotozine.com/article/Rarindras-lighting-has-got-people-talking-10066
"The light is real, it's natural and can be found in my country," said Rarindra.
"My country is unique, its very diverse. There are over 13,000 islands to explore each with a unique landscape, culture and language."
"You have to get up early to see and feel the light. Beautiful light is my obsession, I always search for this as I feel the objects I photograph will look more special if the light does too."
"People judge and ask for proof to show the rays of light are not fake, I say come visit. There isn't any more proof than that."
"I have never said I don't do any Photoshop. I manage dark/light areas and I use the burn, Rarindra's lighting has got people talking brushing and mask tools. It's also about knowing how to manage tones, you're the only one who knows this as you know what mood you want to set in your work."
"I don't often plan as I like everything to look natural. I like people to have expression and to gesture in the photographs and by doing so I hope everything looks logical and natural."
"Shoot on one camera, edit the pictures and share your work with the world, it's very easy."
![[fotografo+rarindra+prakarsa.jpg]](https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg1MhqruZKUgL37RKy-3FfW0drwdTCA-q0-BQqzCYpImT3Wx7K-I6jsOIVNVyvPcMwSKnG23F6_aEXFU0z1lCT-fbTz7GigEjrQkYKD7mcYksUPOHbFCXayhiQ7JpICBjcb-Kac/s1600/fotografo+rarindra+prakarsa.jpg)
วันพฤหัสบดี, มกราคม 17, 2551
When Lion love human
วันอังคาร, พฤศจิกายน 13, 2550
บุพเพสันนิวาส ไม่ต้องรอ ไขว่คว้าหาเองก็ได้
http://www.nygirlofmydreams.com
คุงแป๋ว ebeauty.multiply.com ส่งเรื่องราวของคนที่ไขว่คว้าตามหาคนที่ปิ๊งจนเจอ เหนว่าพยายามดี เลยขอเอามาลงไว้หน่อย
เรื่องเล่าเกี่ยวกับความรักที่มีอินเทอร์เน็ตเป็นกามเทพแผลงศร กลายเป็นแรงบันดาลใจให้หนุ่มนิวยอร์กที่เคยเห็นขันกับเรื่องนี้ ใช้เป็นช่องทางตามหาสาวในฝันที่บังเอิญพบกันในรถไฟใต้ดิน
สำหรับนักออกเว็บ แพทริก โมเบิร์ก วัย 21 ปี จากบรูกลิน มันเป็นรักแรกพบเมื่อเขาสบตากับสาวแก้มระเรื่อ ระหว่างโดยสารรถไฟใต้ดินในแมนฮัตตันเมื่อคืนวันอาทิตย์แรกของเดือน
รถไฟแน่นขนัดกระทั่งสาวน้อยถูกกลืนหายไปกับฝูงชนตอนที่ลงจากรถ โมเบิร์กจึงตัดสินใจสร้างเว็บไซต์อุทิศให้กับการตามหาสาวลึกลับโดยใช้ชื่อว่า www.nygirlofmydreams.com
"ผมเห็นผู้หญิงสวยๆ บนรถไฟมานักต่อนัก แต่กับเธอคนนี้ไม่รู้ว่าทำไมถึงติดตาติดใจผมเหลือเกิน"
เขาวาดภาพสาวในฝัน ที่สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน กางเกงยาวรัดรูปสีเดียวกัน และทัดดอกไม้ที่หูซ้าย พร้อมโพสต์เบอร์มือถือและอีเมลแอดเดรสของตัวเอง และขอความช่วยเหลือจากคนที่ผ่านเข้ามาในเว็บให้ช่วยตามหาเธอคนนั้น
ภายในไม่กี่ชั่วโมง กล่องจดหมายของโมเบิร์กเต็มไปด้วยอีเมล ขณะที่มือถือดังระงมไม่ขาดสาย เขาเล่าให้หนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ฟังว่า ในบรรดาอีเมลเหล่านั้น หลายฉบับส่งมาขอความรัก
โมเบิร์กและเฮย์ตัน
"บางคนบอกผมว่า 'ฉันไม่ใช่สาวคนนั้นหรอก แต่คุณน่ารักดี เลือกฉันแทนเถอะนะ'"
คืนวันอังคาร เพื่อนของสาวในฝันติดต่อมาหาโมเบิร์ก และส่งรูปมาให้ยืนยันว่าใช่คนที่เขาตามหาหรือไม่
"พบเธอแล้ว!" เขาประกาศอย่างลิงโลดในเว็บไซต์
"เราลองคุยกันและดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป"
สาวลึกลับผมสีบรูเน็ตต์ได้รับการเปิดเผยตัวตนเมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา (7) เธอชื่อว่า คามิลล์ เฮย์ตัน มาจากเมลเบิร์น ออสเตรเลีย กำลังฝึกงานอยู่ที่นิตยสารแบล็กบุ๊ก และตอนนี้อยู่ในบรูกลินเช่นเดียวกับหนุ่มโมเบิร์ก
"มันบ้ามาก ฉันแทบไม่เชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น" เฮย์ตันบอก
ส่วนโมเบิร์ก เขาบอกว่าตอนนี้ปิดประตูหัวใจลงกลอนแน่นหนา เขาลบเบอร์โทรศัพท์ออกจากเว็บ และทิ้งข้อความไว้ในโทรศัพท์ว่า ปิดการสัมภาษณ์สาวๆ แล้ว
"เพื่อเราทั้งคู่ จะไม่มีการอัพเดตเว็บนี้อีกต่อไป" เขาโพสต์ไว้ในเว็บ
"นี่ไม่ใช่หนังโรแมนติกคอมเมดี้หรือเพลงป๊อปโหลๆ แต่คุณต้องสร้างบทสรุปสำหรับเรื่องนี้ด้วยตัวเอง"
ชาวนิวยอร์กหลายคนได้แต่งงว่า โมเบิร์กงมเข็มในมหาสมุทรพบได้อย่างไร ในมหานครที่มีคนอาศัยอยู่ถึง 8 ล้านคน

คุงแป๋ว ebeauty.multiply.com ส่งเรื่องราวของคนที่ไขว่คว้าตามหาคนที่ปิ๊งจนเจอ เหนว่าพยายามดี เลยขอเอามาลงไว้หน่อย
เรื่องเล่าเกี่ยวกับความรักที่มีอินเทอร์เน็ตเป็นกามเทพแผลงศร กลายเป็นแรงบันดาลใจให้หนุ่มนิวยอร์กที่เคยเห็นขันกับเรื่องนี้ ใช้เป็นช่องทางตามหาสาวในฝันที่บังเอิญพบกันในรถไฟใต้ดิน
สำหรับนักออกเว็บ แพทริก โมเบิร์ก วัย 21 ปี จากบรูกลิน มันเป็นรักแรกพบเมื่อเขาสบตากับสาวแก้มระเรื่อ ระหว่างโดยสารรถไฟใต้ดินในแมนฮัตตันเมื่อคืนวันอาทิตย์แรกของเดือน
รถไฟแน่นขนัดกระทั่งสาวน้อยถูกกลืนหายไปกับฝูงชนตอนที่ลงจากรถ โมเบิร์กจึงตัดสินใจสร้างเว็บไซต์อุทิศให้กับการตามหาสาวลึกลับโดยใช้ชื่อว่า www.nygirlofmydreams.com
"ผมเห็นผู้หญิงสวยๆ บนรถไฟมานักต่อนัก แต่กับเธอคนนี้ไม่รู้ว่าทำไมถึงติดตาติดใจผมเหลือเกิน"
เขาวาดภาพสาวในฝัน ที่สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน กางเกงยาวรัดรูปสีเดียวกัน และทัดดอกไม้ที่หูซ้าย พร้อมโพสต์เบอร์มือถือและอีเมลแอดเดรสของตัวเอง และขอความช่วยเหลือจากคนที่ผ่านเข้ามาในเว็บให้ช่วยตามหาเธอคนนั้น
ภายในไม่กี่ชั่วโมง กล่องจดหมายของโมเบิร์กเต็มไปด้วยอีเมล ขณะที่มือถือดังระงมไม่ขาดสาย เขาเล่าให้หนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ฟังว่า ในบรรดาอีเมลเหล่านั้น หลายฉบับส่งมาขอความรัก
โมเบิร์กและเฮย์ตัน
"บางคนบอกผมว่า 'ฉันไม่ใช่สาวคนนั้นหรอก แต่คุณน่ารักดี เลือกฉันแทนเถอะนะ'"
คืนวันอังคาร เพื่อนของสาวในฝันติดต่อมาหาโมเบิร์ก และส่งรูปมาให้ยืนยันว่าใช่คนที่เขาตามหาหรือไม่
"พบเธอแล้ว!" เขาประกาศอย่างลิงโลดในเว็บไซต์
"เราลองคุยกันและดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป"
สาวลึกลับผมสีบรูเน็ตต์ได้รับการเปิดเผยตัวตนเมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา (7) เธอชื่อว่า คามิลล์ เฮย์ตัน มาจากเมลเบิร์น ออสเตรเลีย กำลังฝึกงานอยู่ที่นิตยสารแบล็กบุ๊ก และตอนนี้อยู่ในบรูกลินเช่นเดียวกับหนุ่มโมเบิร์ก
"มันบ้ามาก ฉันแทบไม่เชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น" เฮย์ตันบอก
ส่วนโมเบิร์ก เขาบอกว่าตอนนี้ปิดประตูหัวใจลงกลอนแน่นหนา เขาลบเบอร์โทรศัพท์ออกจากเว็บ และทิ้งข้อความไว้ในโทรศัพท์ว่า ปิดการสัมภาษณ์สาวๆ แล้ว
"เพื่อเราทั้งคู่ จะไม่มีการอัพเดตเว็บนี้อีกต่อไป" เขาโพสต์ไว้ในเว็บ
"นี่ไม่ใช่หนังโรแมนติกคอมเมดี้หรือเพลงป๊อปโหลๆ แต่คุณต้องสร้างบทสรุปสำหรับเรื่องนี้ด้วยตัวเอง"
ชาวนิวยอร์กหลายคนได้แต่งงว่า โมเบิร์กงมเข็มในมหาสมุทรพบได้อย่างไร ในมหานครที่มีคนอาศัยอยู่ถึง 8 ล้านคน
วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 11, 2550
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



