วันจันทร์, มีนาคม 08, 2553

Fw mail เรื่องรัก




ขออุทิศเรื่องนี้ให้กับทุกคนที่อยู่กับคนที่ตัวเองรัก.....

ลองอ่าน
    แล้วหันไปดูคนข้าง    
บอกรักให้เขารู้ว่า
    เขาเป็นคนสำคัญแค่ไหน....
ให้เขารู้ว่าคุณรักเขาแค่ไหน
  

เรื่องนี้ผมไม่รู้ใครแต่ง...แต่ผมอยากให้มีคนอ่านมันมากสักคนก็ยังดี...ขอบคุณครับ


'
รักครั้งแรกใช่จะผิดหวังเสมอไป    มีคนเคยบอกว่า 
ความรักมีอยู่ 
แบบ'

1. 
รักเพราะหลง
2. 
รักเพราะอ่อนไหว
3. 
รักเพราะเข้าใจ   



… 
และยังมีคนบอกอีกว่า

รักครั้งแรกส่วนมากจะเป็นรักเพราะหลง
    และมักจะไม่สมหวัง

แต่สำหรับผมแล้วรักครั้งแรก
    เป็นรักที่เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิตของผม

ผมชื่อ 
แทน   เรียนปี 3    อยู่มหาลัยแห่งหนึ่ง

ผมต้องทำงานไปเรียนไป
เพราะพ่อแม่ผมเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน
ตอนนี้ผมจึงเหมือนอยู่ตัวคนเดียว



ผมก็เป็นคนเงียบมาตลอด
    ไม่ค่อยคุยกับเพื่อนคนไหนเลย ส่วนเธอ

เธอชื่อ 
ซี ... ซีเป็นลูกคนรวย เรียนปี 3    เหมือนผม 
และคณะเดียวกับผม
โดยความคิดของผมแล้วนั้น
ลูกคนรวยส่วนมากจะชอบทำตัวเว่อร์ ๆ
แต่สำหรับซีแล้ว
    เธอไม่ใช่ ซีเป็นคนเรียบร้อย ร่าเริง เรียนเก่ง
แล้วยังเป็นที่รักของเพื่อน
        ด้วย ซึ่งต่างกับผมราวฟ้ากับดิน
ผมแอบมองซีมาตลอด
    ตั้งแต่เข้ามาเรียนปี 1
แต่ตอนนี้ผมคงไม่มีเวลาคิดเรื่องนั้นแล้ว!
 
ตั้งแต่พ่อแม่ผมเสีย
    ผมก้อไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับเพื่อน ๆ เลย
ดังนั้นเลิกฝันถึงซีไปได้เลยครั


เช้าวันนึง
    เข้าเรียนคาบแรก

อาจารย์สั่งให้ทุกคนนำงานที่สั่งมาส่ง
ผมไม่รู้เรื่องเลยว่าอาจารย์สั่งงานตอนไหน
สงสัยสั่งตอนที่ผมแอบหลับในห้องเรียนมั้ง


ผมทำอะไรไม่ถูก


แทน... เสียงผู้หญิงเรียกชื่อผม 


ผมหันไปมอง


ซีเป็นคนเรียก
ซีพูดต่ออีกว่า ซีทำรายงานมาให้ ซีรู้ว่าแทนคงไม่ได้ทำมา
เพราะเมื่อวานแทนหลับในห้องเรียนตอนอาจารย์สั่งงานพอดี


พอพูดเสร็จซีก้อวางรายงานไว้บนโต๊ะ
แล้วก้อเดินกลับไป 


หลังเลิกเรียน
    ผมเดินเข้าไปบอก ขอบคุณซี
แต่ซีพูดกลับมาว่า
เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นข้าวมื้อเที่ยงได้มั้ยคะ
? 


ผมดีใจมาก
    ไม่คิดเลยว่าผมจะมีโอกาสได้นั่งกินข้าวกับซี

ผมเลยตอบกลับไปว่า

... 
ได้ครับ
หลังจากนั้นเราก้อเดินไปกินข้าวที่โรงอาหารของมหาลัย
เธอดูเรียบร้อยมากเวลาทานข้าว


พอทานเสร็จ ซีก้อพูดขึ้นมาว่า ซีรู้นะ
ว่าแทนไม่ค่อยรู้เรื่อง
ไม่ค่อยมีเวลาทบทวนเรื่องที่เรียนไป


เอาเป็นว่าเวลาแทนว่าง
    ซีจะติวให้แทนดีมั้ย?

ความหวังดีจากหญิงคนนึงที่ผมเคยแอบมองมาตลอดนั้นมันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก


หลังจากวันนั้นผมกับซี


ก็จะมานั่งติวหนังสือกันทุกวัน
    จนเรียนจบมหาลัย
ผมก็มีบริษัทมารับเข้าทำงาน 
บริษัท
บริษัทแรกทำงานในกรุงเทพ
    ส่วนอีกบริษัททำงานที่ระยอง

ผมปรึกษากับซีว่าจะเลือกบริษัทไหนดี ซีบอกว่า
ตามใจแทนเถอะ ชีวิตเป็นของแทนนะ
?
ผมได้ยินดังนั้นผมก้อไม่ลังเลที่จะเลือกทำบริษัทที่
    2
ถึงผมจะต้องไปทำที่ระยอง
    แต่มันเป็นอนาคตที่ดีสำหรับผม
ผมไปทำงานอยู่ที่ระยอง 
อาทิตย์ผมจะโทรหาซี 2 -3 ครั้ง
เดือนผมจะเข้ากรุงเทพ 1 - 2 ครั้ง
เวลาผ่านไป 
ปี ผมได้ย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพ
เพื่อมารับงานในตำแหน่งผู
    จัดการแผนกบัญชี
พอผมมาถึงกรุงเทพ
ทางบริษัทให้ผมลาพักร้อนได้ 
อาทิตย์
ผมจึงตัดสินใจชวนซีไปเที่ยวเป็นครั้งแรก
ผมโทรเข้ามือถือซี ผมชวนเธอไปที่สวนสามพราน
เพราะซีชอบดอกไม้
    ซีตอบกลับมาว่า 

จริงหรือแทน
? 

ซีไม่เคยไปไหนกับใครนอกจากพ่อและแม่เลย


แทนจะพาซีไปวันไหนค่ะ
?
ผมบอกกลับไปว่า พรุ่งนี้โอเคมั้ย
?
พาไปเที่ยวเสร็จแล้วซีไปดูคอนโดเป็นเพื่อนแทนหน่อยนะ
แทนจะซื้อคอนโดใกล้บ้านซี


ซีตอบมาว่า ค่ะ
แล้วเจอกันนะคะ


เช้าวันรุ่งขึ้นผมไปรับเธอที่บ้าน
หลังจากนั้นเราก้อนั่งรถแท็กซี่ไปสวนสามพราน


ระหว่างที่ดูดอกไม้นั้นซีดูมีความสุขมาก
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสมือซี
หลังจากที่คุยกันมานานถึง 
ปี

พอบ่ายผมก้อไปดูคอนโดที่อยู่ใกล้บ้านซีที่สุด
แล้วก้อเซ็นสัญญาซื้อผ่อนทันที
ตกเย็นซีชวนผมไปบ้านของเธอ ซีบอกว่า
คุณพ่อของซีอยากเจอแทนค่ะ
เลยให้ซีชวนแทนมาทานข้าวที่บ้าน
ผมไม่ปฎิเสธครับ พอไปถึงบ้านนั่งลงที่โต๊ะ
คุณพ่อของซีดูเป็นผู้ใหญ่มาก
ท่านพูดขึ้นมาว่า เธอเองหรือชื่อแทน
แล้วซีเล่าให้พ่อฟังอยู่บ่อย ๆ
ซีบอกกับพ่อว่า เธอเป็นคนขยัน
ว่าไงสนใจมาทำงานกับพ่อมั้ย
    มาทำที่บริษัทพ่อ?
ผมอึ้งไม่คิดเลยว่าท่านจะพูดกับผมแบบนี้


ผมรู้สึกดีใจตอนนี้ผมรู้สึกเป็นส่วนนึงในชีวิตของซียังไงไม่รู้ครับ
ผมตอบตกลงทันที
หลังจากวันที่ผมไปบ้านซี
    2 วัน    ผมก้อเริ่มงานในบริษัทของพ่อซี

ตำแหน่งที่ผมได้เข้ารับคือตำแหน่ง
    ผู้จัดการฝ่ายบัญชี

งานส่วนใหญ่จะใช้สมองซะมากกว่า หลังจากนั้นก้อว่าง


วันนึงพ่อของซีก้อเดินมาที่โต๊ะทำงานผมแล้วก้อบอกว่า
 

แทน... ถ้าว่าง
    ก้อพาซีไปเที่ยวก้อได้นะ พ่อฝากดูแลซีด้วย
ผมตอบตกลงไป
ผมและซีในเวลานี้มีความสุขที่สุ
ผมมีเวลาให้ซีมากขึ้น แต่พอผมว่างมากขึ้น
ผมก้อพูดกับซีว่า 


ซี....
    แทนเบื่อแล้ว    แทนอยากทำงาน
แต่ไม่ได้หมายความว่าแทนเบื่อซีนะ
แทนจะรับงานตรวจสอบบัญชีจากบริษัทอื่นมาทำด้วยนะ
ซีเห็นด้วยมั้ย
?
ซีตอบกลับมาว่า ถ้ามันเป็นความต้องการของแทน
ซีก้อเห็นด้วย
    
ผมก้อรับงานจากบริษัทอื่นเข้ามาทำ
เวลาว่างที่ผมเคยมีให้ซีก้อค่อย ๆ
    หมดลงไป

ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมจะต้องพยายามทำงานให้มากเพื่อที่จะเทียบเท่าหรือใกล้เคียงซีมากขึ้น
ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลาที่ผมจะบอกว่ารักเธอ


แต่ในใจแล้วผมรู้สึกได้อย่างไม่ต้องสงสัยแล้วว่าซีคือคนที่ผมอยากอยู่ด้วย


วันนี้เป็นวันเกิดของซี
ผมทำงานจนลืมไปเลยว่าวันนี้วันเกิดของเธอ
วันรุ่งขึ้นซีโทรมาหาผมแล้วพูดว่า
แทนไม่เคย ลืมเลยนะ
แต่ปีนี้แทนลืม
เมื่อวานเป็นวันเกิดของซีนะ
    
แล้วเธอก้อร้องไห้
ในเวลานั้นผมเครียดเรื่องงานมาก
ผมเลยพูดออกไปอย่างไม่คิดว่า ไร้สาระน่ะซี
แทนต้องทำงานนะ แทนไม่ว่างเหมือนซีนะ
เธอเงียบไปสักพักแล้วซีก้อพูด 


ขอโทษนะแทน
ซีไม่อยากทะเลาะกับแทน
    ซีอยากจะใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างมีความสุขโดยมีแทนอยู่เคียงข้างนะ

ผมโกรธที่เธอพูดแบบนี้มาก
แต่เงียบไม่ต่อว่าอะไรเธอไป ซีพูดต่ออีกว่า
อีก
    2    วัน    ซีจะไปอเมริกากับแม่ ซีอยากให้แทนไปด้วย
ซีขออนุญาตคุณพ่อแล้วนะ
    คุณพ่อบอกว่าให้แทนไปด้วยได้ 
แทนจะไปกับซีมั้ย
?

ผมตอบกลับไปว่า ช่วงนี้งานยุ่ง
ซีไปกับแม่ให้สนุกเถอะ แล้วซีก้อวางหู

.
.
.
 

ซีเดินทางไปอเมริกากับแม่ 
เดือน ในเวลาระหว่าง เดือนนี้
ผมไม่ได้ติดต่อกับซีเลย
    พอวันที่ซีกลับมากรุงเทพ    ผมก้อไม่ได้ไปรับ
หลังจากกลับมาจากอเมริกา
    ผมกับซีก้อห่างเหินกันไม่ค่อยได้เจอกัน
1
    เดือนจะได้เจอหน้ากันสัก 2 - 3 ครั้ง
ไม่ได้โทรคุยกันเลย
    เพราะผมงานยุ่งมาก

ผมทำงานที่บริษัทพ่อซีมา 
ปีแล้ว
ตอนนี้ผมคิดว่าผมพร้อมทุกอย่างแล้ว
มีเงินพอที่จะซื้อบ้าน ซื้อรถ
    และทุกสิ่งทุกอย่างที่ซื้อได้ด้วยเงิน

วันที่ 
14 กุมภาพันธ์ ผมจึงตัดสินใจที่จะขอซีแต่งงาน 

แล้วคืนก่อนวันที่ 
14    ซีก้อโทรมาหาผมที่บ้าน
แทนซีถามอะไรแทนหน่อยได้มั้ย
ผมตอบว่า ได้สิ
ซีถามต่อ 


แทนทำไมถึงขยันทำงานขนาดนี้
?
แทนขยันเพื่อใคร เพื่ออะไร
?
ผมไม่ตอบกับคำถามของซี แต่พูดกลับไปว่า
พรุ่งนี้แทนจะบอก
    แทนจะตอบทุกคำถามของซี
พรุ่งนี้ซีไปสวนสามพรานกับแทนนะ
?
ซีตอบมาว่า ได้ค่ะ


เช้าวันที่ 
14 กุมภาพันธ์ ผมรีบไปที่เต้นท์โชว์รูม ฮอนด้า
ทำสัญญาออกรถป้ายแดง
    แล้วก้อขับไปรับซีที่บ้าน
ผมนึกว่าซีจะตกใจที่ผมขับรถไปรับเธอ
แต่ไม่เลย
    เธอดูอ่อนเพลียเหมือนคนไม่สบาย หน้าซีด
ผมจึงบอกซีว่า
    ไว้วันหลังก้อได้นะซี 

ซีตอบกลับมาว่า วันนี้แหละ
    ซีอยากไปวันนี้

ก่อนขับรถออกจากบ้านซีผมเห็นแม่ซีดูเหมือนจะร้องไห้แต่ก้อไม่ได้คิดอะไร


พอมาถึงสวนสามพราน ผมเดินจูงมือซีดูดอกไม้
เดินได้สักพักผมก้อพาซีมานั่งที่ม้านั่งริมสระน้ำ
ซีซบไหล่ผมแล้วพูดกลับผมว่า
แทน ซีรู้นะว่าแทนรักซี
แต่ซีอยากให้แทนบอกซีเองจะได้มั้ย แทนบอกซีด้วยว่า
แทนทำไมถึงขยันทำงานขนาดนี้ แทนขยันเพื่อใคร
เพื่ออะไร
?

แล้วคราวนี้ผมก้อบอกเธอทุกอย่างว่า
ซี.........แทนรักซีนะ
ทุกอย่างที่แทนขยัน
แทนทำเพื่อซี
    แทนไม่อยากให้ซีโดนใครดูถูกว่ามาคบกับแทน
แล้ววันนี้แทนมีพร้อมทุกอย่างแล้ว
วันนี้แทนคิดว่าแทนใกล้เคียงพอที่จะขอซีแต่งงานแล้ว
ซีแต่งงานกับ แทนนะ
'

แล้วผมก้อหยิบแหวนแต่งงานที่แอบซื้อไว้หมายจะสวมเข้าที่นิ้วของซี
ผมจับมือของซีขึ้น เธอไม่ตอบสนองต่อสิ่งที่ผมทำ
ผมจับตัวเธอเขย่า
    เธอไม่รู้สึกอะไรเลย
ผมจึงอุ้มร่างซีขับรถไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
แล้วแล้วระหว่างนั้นผมก้อโทรบอกทุกคนที่เกี่ยวข้องกับซี
มาถึงโรงพยาบาล หมอรีบพาซีเข้าห้องไอซียู


ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยถามหมอว่าซีเป็นอะไรหมอก้อไม่ยอมบอก
ไม่นานพ่อกับแม่ซีก้อมาถึงโรงพยาบาล
ผมถามแม่ซีว่าซีเป็นอะไร
    แม่ซีบอกกับผมว่า
ซีเป็นโรคหัวใจ เป็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว


ผมอึ้งทำไมผมมันโง่อย่างนี้ผมไม่เคยรู้อะไรเลย
ไม่เคยรู้ว่าซีเป็นโรคหัวใจ
ผมนั่งภาวนาอยู่หน้าห้องไอซียูว่า
    ขออย่าให้ซีเป็นอะไรเลย
ถ้าซีหายผมจะแต่งงานกับเธอ
จะไม่ทิ้งให้เธอเดียวดายอีกต่อไป
    
ซีอยู่ในห้องไอซียูนานถึง 
ชั่วโมง
หมอก้อเดินออกมาจากห้อง
ผมรีบวิ่งเข้าไปเขย่าตัวหมอแล้วถามว่า
ซีไม่เป็นไรใช่ไหมหมอ
?
หมอเงียบสักพักแล้วตอบว่า
ผมเสียใจด้วยนะครับ
ผมได้ยินคำนี้ถึงกับทรุดตัวลง
แล้วก้อนั่งร้องไห้ออกมา


หลังจากนั้นงานศพของซีของถูกจัดขึ้นท่ามกลางแขกหลายคน
รวมทั้งเพื่อนของซีด้วย
วันนี้เป็นวันสุดท้าย เป็นวันเผาศพ
แม่ซีแทน เข้ามาหาผมแล้วก้อยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ผม
แล้วพูดว่า
    ของที่อยู่ข้างในเป็นของที่ซีเขียนจดหมายไว้ให้แม่
บอกให้แม่มอบให้แทน
ผมค่อย ๆ แกะซองนั้นออกข้างในมีสมุดเล่มเล็ก ๆ
กับม้วนวีดีโออยู่
หลังจากพีธีเผาศพเสร็จผมนั่งอยุ่ด้านหน้าจนแขกในงานกลับไปกันหมด
    พ่อซีเดินเข้ามาหาผมแล้วพูดกลับผมว่า
ซีรักแทนมากนะ แล้วพ่อก้อเดินกลับไป


ผมขับรถกลับมาคอนโด
ด้วยรอยคล้ำใต้ตา
ผมเดินไปหยิบม้วนวีดีโอเทปแล้วนำมันไปเปิด
ผมเห็นซีในชุดสีขาวเหมือนชุดในโรงพยาบาลไม่มีผิด
ซีพูดว่า 


แทน .......
ถ้าแทนได้ดูม้วนวีดีโอนี้แล้วแสดงว่าซีไม่ได้อยู่แล้วนะ
ตอนนี้ซีอยู่ที่โรงพยาบาลในอเมริกา
แม่ซีพาซีมาหาหมอเพื่อที่จะผ่าตัดครั้งสุดท้าย
ถ้าผ่าตัดครั้งนี้ไม่สำเร็จ
    หมอบอกว่าซีจะอยู่ได้อีกไม่ถึง ปี
แต่ซียอมเสี่ยงเพื่อที่จะได้อยู่กับแทนตลอดชีวิต
ซีไม่โกรธแทนนะที่แทนไม่มาอเมริกากับซี
แต่แทนอย่าโกรธซีนะที่ซีไม่ได้บอกว่าซีเป็นโรคหัวใจ
ซีแค่ไม่อยากให้แทนกลุ้มใจ
ซีเห็นแทนพยายามในสิ่งที่แทนต้องการ
แค่นี้ซีก้อมีความสุขแล้ว
ซีรู้นะว่าแทนพยายามทำเพื่อใคร
แทนทำเพื่อซีใช่มั้ย
ถ้าคิดไปเองก้อขอโทษนะ
    
ซีอยากให้แทนรู้นะว่าซีรักแทนมาก มากที่สุดด้วย!
 
สัญญาณภาพก้อหายไป
น้ำตาขอผม ออกมาชำระความโง่เขลาของตัวเอง
ทำไมผมไม่เอะใจกับคำพูดของเธอที่ว่า 


ขอโทษนะแทน
ซีไม่อยากทะเลาะกับแทนซีอยากจะใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างมีความสุขโดยมีแทนอยู่เคียงข้างนะ


ผมน่าจะรู้ว่าเธอไม่สบาย
ผมน่าจะไปอเมริกากับเธอ
ผมนั่งคิดสักพักแล้วก้อหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน
   ในนั้นเขียนว่า
ถึงแทนที่ซีรัก อย่าโทษตัวเองนะที่ไม่มีเวลาให้ซี
อย่าโทษตัวเองนะว่าผิด
เรื่องนี้ไม่มีใครผิด และก้อไม่มีใครถูก ซีรักแทน
แทนก้อรักซี ถึงเรา 
2    คนจะไม่พูดแต่ซีก้อรู้สึกนะ
ถึงซีจะไม่อยู่แล้ว
    แต่ซีก้อยังคงอยู่ในใจแทนนะ
ซีรักแทนมาก มากเกินกว่าที่จะเขียนลงไปได้
ซีอยากจะบอกกับแทนว่ารักจากปากของซีเอง
    
แต่มันคงไม่มีเวลาแล้ว
    หลังจากที่ซีไปผ่าตัดแล้วผลออกมาล้มเหลว
ซีก้อป่วยมาตลอด ซีไม่ได้โกรธแทนนะ
แต่ซีไปหาแทนไม่ไหว ซีไม่อยากจะบอกให้แทนรู้
เพราะแทนกำลังตั้งใจกับงานที่ทำอยู่
สุดท้ายนี้ซีอยากจะบอกกับแทนว่า
ซีขอโทษซีอยู่กับแทนได้แค่นี้
 
ระยะเวลา
    9 ปีที่ซีอยู่กับแทนถึงมันจะน้อย
แต่ซีรู้สึกมีความสุขมากนะ
    ลาก่อนแทนที่ซีรัก 

ผมอ่านจดหมายเสร็จ
ผมก้อนั่งร้องไห้
    และคิดอยู่ตลอดเวลาว่า
ตอนนี้ผมมีทุกอย่าง
มีทุกสิ่งที่จะซื้อได้ด้วยเงิน!
แต่ผมกลับซื้อเวลาที่จะอยู่กับซีไม่ได้
แต่ถ้าผมซื้อเวลาคืนมาได้

นาที ผมจะบอกว่าให้ซีรู้ว่า ผมรักเธอมากแค่ไหน
ชั่วโมง    ผมจะรีบขับรถไปหาเธอแล้วบอกเธอว่าขอโทษที่จำวันเกิดไม่ได้นะที่รัก
วัน ผมจะอยู่กับเธอในวันเกิดที่ผมลื
เดือน ผมจะไปดูแลเธอที่อเมริกา
และ 
ปี ผมจะขอเธอแต่งงานและอยู่กับเธอ
ถึงแม้จะเป็นเวลาแค่ 
ปีก้อตาม 

ในชีวิตของคน ๆ นึง
    จะมีสักครั้งมั้ยที่จะได้พบรักแท้ในรักครั้งแรก
ชีวิตเราเกิดมาเพื่อใคร และเกิดมาทำไม
อย่างน้อยชีวิตของผมที่เกิดมา
ก้อได้รู้ว่าเกิดมาเพื่อใครและพยายามเพื่อใคร
    
สำหรับรักครั้งแรกของผมนั้นผมคิดว่าจะเป็นรักครั้งเดียวในชีวิตของผมที่ดีที่สุด
ถึงแม้ผมจะไม่ได้บอกกับซีว่า
    ผมรักซี
แต่ตอนนี้ผมจะบอกผ่านโพสต์นี้ไปถึงซีว่า
ผมรักซีมาก รักตั้งแต่วันแรกที่เจอ
ซีคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมีได้ในวันนี้
เพราะฉะนั้นผมจะไม่รักใครอีกนอกจากเธอ
 


ซีจากผมไป 
ปี กับ อีก วัน
แต่เมื่อวานซีก้อยังทำให้ผมร้องไห้อีกจนได้ครับ
 

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อวานตอนเย็น ผมกลับมาที่คอนโด
เพื่อเปลี่ยนชุดไปงานเลี้ยงของบริษัทที่ผมทำงานอยู่

(
หรือบริษัทของพ่อซีนั่นเอง)
ผมเลือกเสื้อสูทที่จะใส่ไปงาน
ในขณะที่ผมเลือกอยู่ผมก้อเหลือบไปเห็นเสื้อสูทสีม่วงผ้ากำมะหยี่
ผมเลยนึกขึ้นได้ว่าเสื้อตัวนี้
ซีเป็นคนซื้อให้ผมก่อนที่เธอจะไปรักษาตัวที่อเมริกา
แต่ผมไม่เคยใส่มันเลย
เพราะเคยลองใส่ดูแล้วมันดูเหมือนนั กสนุ๊กเกอร์อย่างไรไม่รู้
ผมเลยไม่ชอบ
แต่วันนี้ผมคิดถึงซีมาก
    ผมเลยหยิบสูทตัวนี้ขึ้นมาใส่
พอใส่เสร็จผมมีความรู้สึกว่ามีของอยู่ในกระเป๋า
ผมจึงล้วงลงไปหยิบ
    และเอามันขึ้นมาจึงรู้ว่ามันเป็นเทปคาสเซ็ทม้วนหนึ่ง
ด้วยความอยากรู้ว่ามันเป็นเพลงอะไรผมจึงตรงไปที่เครื่องเสียงแล้วเปิดมัน
เสียงแรกที่ผมได้ยินเป็นเสียงของ ซี
เธออัดเสียงของเธอลงในเทป
ต่อไปนี้จะเป็นคำพูดที่เธอพูดในเทปนะครับ


'
สวัสดีค่ะแทน นั่นแน่! แทนได้ฟังเทปแล้ว
แสดงว่าแทนแพ้พนันซีแล้วนะ
    เพราะแทนบอกว่าจะไม่มีวันใส่สูทตัวนี้ (เธอหัวเราะเบา ๆ)
ในที่สุดแทนก้อใส่สูทตัวนี้จนได้
 
เฮ้อ...! (เธอถอนหายใจ)
ตอนนี้เราจากกันนานหรือยังนะ
ขอโทษที่ซีพูดอย่างนี้นะ
ซีคิดว่าแทนคงได้ฟังเทปนี้ตอนที่ซีไม่ได้อยู่กับแทนแล้ว
แทนคิดถึงซีมั้ย
    คงคิดถึงล่ะสิ
แทนอยากรู้มั้ยว่าตอนนี้ซีอยู่ที่ไหน
ถ้าอยากรู้ทำตามที่ซีบอกนะ
แทนเปลี่ยนเทปไปฟังที่ต้นหน้า 
นะค่ะ'

แล้วเสียงซีก้อเงียบลง ผมจึงรีบกรอไปที่ต้นหน้า
แล้วเปิดฟัง
'
แทนค่ะ แทนทำตามที่ซีบอกนะค่ะ แทนหลับตาลงนะ'
แล้วผมก้อได้ยินเสียงคลื่น
แล้วก้อมีเสียงเธอพูดขึ้นว่า
 
'
แทน    ซีว่าเปลือกหอยอันนี้สวยจังเลยนะค่ะ
แล้วเธอก้อพูดขึ้นมาว่า 
'รู้มั้ยว่าตอนนี้เราอยู่กันที่ไหน '
ผมตอบกับตัวเองว่า
    ทำไมจะจำไม่ได้
เพราะเสียงที่ผมได้ยินนั้นมันมาจากม้วนวีดีโอ
ที่เราไปถ่ายตอนไปเที่ยวที่ พัทยา
แล้วเทปที่มีเสียงของซีก้อยังคงเล่นต่อไป
ซีเปิดวีดีโอ มีเสียงที่อยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ
    ที่   ผมกับเธอไปเที่ยวกัน
เสียงของเธอในเทปก้อพูดขึ้นมาว่

ตอนนี้แทนรู้ยังค่ะว่า ซีอยู่ที่ไหน    ซีอยู่ในใจแทนนะ
เวลาที่แทนคิดถึงซี
    แทนก้อเปิดวีดีโอ หรือ รูปถ่ายของเราดูก้อได้นะ
และวันนี้ซีก้อจะรักษาสัญญากับแทนอีกเรื่องหนึ่งนะค่ะ
แทนจำได้มั้ย
    แทนเคยร้องเพลงให้ซีฟัง ซียังจำได้นะ
แต่จำชื่อไม่ได้ว่าเพลงอะไร
แต่จำเนื้อร้องได้ท่อนนึงนะ ท่อนที่ว่า 
' 

'
    เส้นทางชีวิตของฉัน
ถึงแม้ว่ามันไม่โรยด้วยกลีบดอกไม้
แต่มันเป็นทางที่ฉันเลือกเดินด้วยหัวใจ
เส้นทางชีวิตสายนี้จะขอพิสูจน์ด้วยแรงและกำลังใจ 
'
และอะไรต่อจำไม่ได้แล้วค่ะ
ร้องได้แค่นี้ค่ะ
พอแทนร้องเสร็จ
    แทนก้อบอกให้ซีร้องให้ฟังบ้างแต่ซีไม่ได้ร้อง
แทนเลยโกรธ แต่วันนี้ซีจะร้องให้ฟังนะ
    แทนฟังให้ดีนะ
ซีอาจจะร้องไม่เพราะเท่าไรนะคะ
ซีจะฝากบทเพลงนี้ไว้แทนใจนะ
    เมื่อไรที่แทนเหงาแทนจงฟัง
เพราะมันจะเป็นบทเพลงสุดท้ายไว้แทนใจ
เพราะตอนนี้เราคงต้องห่างไกลกันนะ ซีร้องแล้วนะ
 
(
แล้วเธอก้อร้องเพลง)

'
วันคืนที่เนิ่นนาน...
อาจผ่านชีวิตคน
อาจเปลี่ยนใจคนให้เวียนหมุนไป
ทำเราจากกันนาน
ไม่เคยโทษใคร
มันเป็นเงื่อนไขของกาลเวลา
วันวานของเรา
แม้มันไม่คืนกลับมา
แต่อยากจะบอกให้เธอรู้ว่า
ฉันยังห่วงใย
ใจก้อยังคิดถึงเธอ
เหมือนแต่ก่อนเป็นมาเสมอ
แม้ว่าเธอจากฉันไป
ฉันยังเฝ้าดู
และอยากจะรู้ความเป็นไป
เพราะว่าฉัน รักเธอดั่งเดิม เดิม
ถึงจะนาน
นานเท่าไร
ฉันขอพอใจขอเป็นอย่างเดิม
ไม่ต้องการจะทนเห็นเธอต้องเหนื่อย
ไม่ต้องการจะทนเห็นเธอลำบาก
ได้แต่คอยเอาใจช่วยเธอทุกอย่าง
อยากให้เธอมีโลกที่สวยงาม
รักเธอเสมอ
ยังไงซีก้อรักแทนนะคะ
'
สุดท้ายยย (เสียงของเธอผมรู้สึกได้เลยครับว่าเธอกำลังร้องไห้เพราะเสียงของเธอสะอื้น)
 

ซีอยากจะบอกแทนว่า แทนอย่าปิดกั้นตัวเองเพราะซีนะคะ
ซีอยากให้แทนเจอคนดีดี
    อย่าจบชีวิตตัวเองโดยไม่ใคร 
แทนเป็นคนดี
    แทนต้องได้เจอคนดีดี
ซีเชื่อว่าต้องเป็นเช่นนั้น
    ซีจะไม่โกรธถ้าแทนจะมีใครสักคน
แต่ซีจะโกรธถ้าแทน ปิดกั้นชีวิตเพราะซี
 
แทนคะ
    แทนอย่าทำให้ซีต้องเป็นห่วงนะคะ
แทนสัญญากับซีนะคะ
    ว่าจะไม่ปิดกั้นตัวเอง
ถึงซีจะไม่ได้ยิน
    แต่ซีจะเงียบให้แทนพูดนะคะ .......
ไม่มีเสียงจากเทปครับ ผมก้อเลยพูดออกไปตามอารมณ์นั้น
แทนสัญญา


ผมก้อนึกว่าเทปคงหมดหน้าแล้วจึงเอื้อมไปปิด
ผมถึงกลับสะดุ้ง
    และขนลุกทันที
ที่ได้ยินเสียงของซีออกมาจากเทปแล้วพูดว่า
ขอบคุณนะคะ
    ถึงซีจะไม่ได้ยิน
แต่ซีเชื่อว่าแทนคงจะรักษาสัญญากับซีนะคะ
ว้าเทปหมดแล้วค่ะ ซีรักแทนนะคะ..............


ช่วงเวลาที่ผมได้ยินคำขอบคุณจากเธอ
ผมยังรู้สึกว่าเธอยังอยู่ข้าง ๆ ผมเลย
ผมคิดถึงเธอมาก
ผมนั่งคิดว่าทำไมซีถึงเข้มแข็งได้ขนาดนี้
ผมนั่งร้องไห้ตั้งแต่ได้ยินเสียงคลื่นจากทะเลของวีดีโอแล้ว
แต่เสียงซีเพิ่งมาร้องไห้ ตอนร้องเพลงให้ผมฟัง
   
ทั้ง
        ที่รู้ว่าตัวเองจะต้องตาย
ทำไมเธอไม่เคยบ่นว่าทรมาน
 
ทำไมเธอถึงพูดได้ขนาดนี้ให้ผมฟั
   
แล้วทำไมเธอยังเป็นห่วงชีวิตผมอีก
แล้วอย่างนี้ผมจะลืมเธอได้มั้ย
ผมจะเจอคนที่เป็นห่วง
    และรักผมได้อย่างนี้อีกมั้ย
แต่อย่างน้อยผมก้อยังรู้สึกได้ว่าเธอไม่ได้จากผมไปไหนไกล
แต่เธอยังอยู่กับผมใกล้ ๆ ในใจผมเสมอ
และแล้วผมก้อไปไม่ทันกล่าวพิธีเปิดงานเลี้ยงจนได้


พ่อของซีโกรธใหญ่เลย อิอิ


ท่านถามผมว่าไปทำอะไรมา
ผมแอบอมยิ้มแล้วตอบกับท่านว่า 


'
ผมนั่งฟังคนที่ผมรักพูดอยู่ครั'

พ่อซีได้ยินเท่านั้นแหละทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกไปเลยครับ
อิอิอิอิ
สายลมพัดไปแล้วไม่หวนมา
เหมือนกับชีวิตคน
    ตายไปแล้วก้อไม่ฟื้นขึ้นมา
ขึ้นอยู่กับว่าโลกสำหรับคนที่ตายนั้นมันเป็นอีกโลกนึง
แต่โลกสำหรับคนที่อยู่นั้นมันเป็นโลกแห่งความจริง
    
อย่ายึดติดกับสิ่งที่ไม่มีตัวตน


และอย่าปิดกั้นในสิ่งที่เรียกว่ารักแท้


แต่จงยึดมั่น
    และเก็บความรู้สึกที่ดีไว้ให้กับรักแท้จะดีกว่า

มีพบก้อมีจากมันเป็นธรรมดา
 

C love Tan never die and forever but Tan forget me not…
Because C will alive in your heart
 

นั่นคือจดหมายฉบับสุดท้ายที่ซีเขียนให้ผม
   และแนบไว้ในกล่องใส่เทปคลาสเซ็

วันอังคาร, มีนาคม 02, 2553

คนมีโชคเพราะโชคดีหรือ

คนมีโชคเพราะโชคดีหรือ

โดย วรากรณ์ สามโกเศศ

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 14:59:01 น.  มติชนออนไลน์

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1267171166&grpid=&catid=02

คนทั่วไปในโลกโดยเฉพาะคนไทยเชื่อว่าความมีโชคเป็นเรื่องที่เหนือคำอธิบาย กรรมในชาติที่แล้วมีส่วนร่วมกำหนดโดยสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีบทบาทสำคัญการช่วยให้โชคดีด้วย เช่น ถูกหวยเล่นการพนันได้ ฯลฯ หากเป็นนักแสดง นักกีฬาก็ดังขึ้นมาแบบระเบิด ฯลฯ


อย่างไรก็ดี มีนักวิชาการฝรั่งอธิบายเรื่องความโชคดีไว้อย่างน่าสนใจ และให้ความอุ่นใจในระดับหนึ่งว่าความมีโชคนั้นสามารถสร้างขึ้นได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและบุคลิกอุปนิสัย


ศาสตราจารย์ Richard Wiseman แห่งมหาวิทยาลัย University of Hertfordshire (บางคนอาจจำชื่อได้ว่าเป็นคนเดียวกันกับที่จัดประกวดเรื่องตลกที่สุดในโลกบนเว็บเมื่อ 3-4 ปีก่อน) ในหนังสือชื่อ The Survivors Club (2009)เล่าเรื่องการทดลองและข้อสรุปที่ช่วยทำให้เข้าใจเรื่องความมีโชคมากขึ้น


การทดลองใช้คนจำนวนมากทั้งหญิงชายแข่งกันนับรูปภาพในหนังสือพิมพ์ บางคนนับเสร็จใน 2-3 วินาที บางคนนับเป็นนาที


สาเหตุที่บางคนนับไม่กี่วินาทีก็เสร็จ ไม่ใช่เพราะมีความสามารถในการนับเป็นเลิศ หาก Dr.Wiseman สอดแทรกข้อความด้วยตัวหนังสือขนาดใหญ่ไว้ในหน้าหนังสือพิมพ์ว่า "หยุดนับได้ ทั้งเล่มมี 43 รูป" และในอีกหน้าต่อมาก็มีข้อความตัวใหญ่ไว้อีกเช่นกันว่า "หยุดนับได้ และรีบไปบอกคนทดลองว่าพบข้อความนี้แล้ว และท่านจะได้เงิน 250 เหรียญ"


สิ่งไม่น่าเชื่อก็คือมีผู้ทดลองจำนวนไม่มากนักเท่านั้นที่เห็นสองข้อความนี้ระหว่างการนับกลุ่มที่พลาดมองไม่เห็นคือพวกเคร่งเครียดและจริงจังกับการนับมากจนมองไม่เห็นสองข้อความนั้นที่ไม่น่าจะมองข้ามไปได้


Dr.Wiseman สรุปว่าคนที่เห็นข้อความที่ให้หยุดนับทันที มีทางโน้มที่จะเป็นคนมีโชคเพราะเป็นคนเปิดกว้างต่อโอกาสรอบตัวที่อาจมาถึงแบบ Random


ส่วนคนที่มองไม่เห็นมีทางโน้มที่จะเป็นคนไม่มีโชค เพราะไม่สามารถคว้าโอกาสที่เปิดกว้างให้ตนได้


Dr.Wiseman สรุปว่าสำหรับบางคนนั้น แม้แต่ทำงานอื่นอยู่ก็ยังเปิดกว้างสำหรับโอกาสอื่นๆ ที่จะเข้ามาหาตนเอง นั้นคือเหตุผลสำคัญซึ่งอธิบายว่าเหตุใดสิ่งดีๆ จึงมักเกิดขึ้นกับคนเดิมเสมอในชีวิตประจำวันและในสถานการณ์ที่รอดชีวิตมาได้จากเหตุการณ์อันตราย


ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราเรียกกันว่าโชค


คนสองคนพักในโรงแรมห้องติดกัน คนหนึ่งเสียชีวิตจากไฟไหม้ แต่อีกคน "โชคดี" รอดมาได้ คนทั่วไปอาจมองว่าคนหลังโชคช่วยทำให้รอดมาได้ แต่ในความเป็นจริงอาจเป็นว่าเป็นคนระแวดระวัง สังเกตอ่านผังทางหนีไฟของโรงแรมเสมอ ศึกษาข้อมูลเรื่องทำตัวระหว่างไฟไหม้อย่างไร จึงทำให้รอดมาได้ ไม่ใช่เพราะโชคแต่เป็นเพราะเป็นคนเปิดกว้างต่อข้อมูลและโลกอยู่เสมอ


นักจิตวิทยาเรียกสิ่งที่ Dr.Wiseman พยายามทดลองนี้ว่า Inattentional blindness (การตาบอดอันเกิดจากการไม่ให้ความใส่ใจ) ซึ่งหมายถึงว่าไม่สังเกตเห็นสิ่งต่างๆ เมื่อไม่ได้ให้ความใส่ใจอย่างแท้จริงๆ


ตัวอย่างเช่นเราจมลึกอยู่ในบางอารมณ์จนไม่ได้ยินเสียงหรือตระหนักถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัว (มนุษย์ประเภทหูถูกเสียบอยู่ตลอดเวลาต้องระวังเป็นพิเศษจากอันตรายรอบตัว เช่น ถูกรถชน) เราดูโทรทัศน์โดยไม่เห็นภาพสะท้อนบนกระจกจอทีวี การสอนหรืออบรมแบบ "ฟังแต่ไม่ได้ยิน" หรือหนักๆ ก็คือ "เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา"


Dr.Wiseman เชื่อว่านอกจากการมีชีวิตรอดจากรถที่วิ่งผ่านแยกไฟแดงเกือบชนรถตัวเองหรือสังเกตเห็นข้อความแทรกในหนังสือพิมพ์ดังกล่าวแล้ว ยังมีอีกปัจจัยสำคัญที่เป็นคำอธิบายนั่นก็คือ Neuroticism หรือแบบแผนของบุคลิกภาพ(personality trait) ของคนซึ่งทำให้โน้มเอียงไปทางการเป็นคนเครียด ร้อนรนกระวนกระวายและอ่อนไหวง่ายต่อความเครียด


คนที่เข้าข่ายมีดีกรีของ neuroticism สูง จะจริงจังเคร่งเครียด และเข้มข้นกับสิ่งที่ตนเองทำจนมองข้ามโอกาสที่เกิดขึ้นรอบตัวจึงมีทางโน้มที่จะเป็นคนขาดโชค


ในทางตรงกันข้ามคนที่มีดีกรี neuroticism ต่ำจะเยือกเย็นกว่า มีอารมณ์ผ่อนคลาย ไม่หวือหวา และอ่อนไหวต่อความเครียดน้อยกว่า จะไม่ทำงานด้วยความเครียดและกระวนกระวายเท่า


กลุ่มคนนี้จะเปิดตัวต่อความเป็นไปได้ต่างๆ ในชีวิตมากกว่า จึงเป็นคนชนิดที่เรียกว่ามีโชคอยู่เสมอ


Dr.Wiseman ต้องการศึกษาลึกกว่านี้ในเรื่องการมีโชคและไม่มีโชค โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างคนสองกลุ่มนี้ จากการทดลองอีกหลายลักษณะข้ามเวลา 10ปี ก็ได้ข้อสรุป ข้อดังต่อไปนี้ว่าเหตุใดสิ่งดีๆ จึงมักเกิดขึ้นกับคนเดิมเสมอ


ประการแรก คนโชคดีอยู่ในสภาพจิตใจที่ผ่อนคลายกับชีวิตโดยตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัวอยู่เสมอ พวกเขาจะมองเห็นโอกาส (เพราะมองหาโอกาสอยู่แล้วด้วยการเปิดใจและเปิดโอกาสให้สิ่งเหล่านั้นเข้าหาตัวเขาได้ ตัวอย่างเช่น คนพบเงินตกบนถนนอยู่บ่อยนั้นเป็นเพราะเป็นคนช่างสังเกตหรือมองหาโอกาสจึงเห็นเงินที่ตกอยู่) ที่คนอื่นมองไม่เห็น มักเป็นกลุ่มคนที่ชอบสังคมมีเพื่อนฝูงมาก


ประการที่สอง คนโชคดีเชื่อในสัญชาตญาณของตนเองและมีการตัดสินใจที่ดีโดยไม่รู้ว่าทำไมจึงตัดสินใจเช่นนั้น คนโชคไม่ดีจะไว้ใจคนผิดและมักตัดสินใจผิดอยู่บ่อยๆ จากการสังเกตกลุ่มคนโชคดีพบว่าคนกลุ่มนี้อาศัยความรู้สึกข้างในของตนเองมากกว่ากลุ่มไม่มีโชคอย่างเห็นได้ชัด


ตัวอย่างเช่น หญิงคนหนึ่งสงสัยคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามหลังตอนกลางคืนจะเป็นคนร้าย จึงระวังตัวและจอดให้รถผ่านไป สองวันต่อมาตำรวจเรียกรถคันนี้จอดและชายคนนี้ก็ยิงตำรวจตาย


มองเผินๆ อาจเห็นว่าเธอโชคดี แต่แท้จริงแล้วเธออาศัยความรู้สึกข้างในบอกเธอให้ระวังตัว


ประการที่สาม คนโชคดีมองโลกในแง่ดีเสมอ มักบากบั่นต่อสู้เมื่อล้มเหลวและมีความสามารถในการฟื้นตัวกลับขึ้นมาเสมอ คนมีโชคจะคาดว่าสิ่งที่ดีจะเกิดขึ้นกับตนเอง และเชื่อว่าไม่ว่าอะไรที่ร้ายแรงในชีวิตเกิดขึ้นก็ตามในที่สุดแล้วก็จะคลี่คลายไปในที่สุดเสมอ โลกสำหรับคนเหล่านี้จะงดงามและสดสวย ซึ่งตรงข้ามกับกลุ่มคนโชคไม่ดีซึ่งคาดหวังว่าไม่ว่าทำอะไรก็จะล้มเหลว โลกของกลุ่มคนนี้มืดหม่นและมืดดำ


Dr.Wiseman ให้คนสองกลุ่มเล่นเกม Puzzle ซึ่งไม่มีทางได้คำตอบเลย เมื่อเล่นไปสักพักร้อยละ 60 ของกลุ่มคนโชคไม่ดีบอกว่าเกมนี้ไม่มีคำตอบ ในขณะที่มีร้อยละ 30 ของกลุ่มคนโชคดีที่บอกอย่างเดียวกัน โดยสรุปก็คือกลุ่มคนไม่มีโชคยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม


ประการที่สี่ กลุ่มคนโชคดีมีความสามารถพิเศษในการเปลี่ยนโชคร้ายให้เป็นประโยชน์


Dr.Wiseman เชื่อว่าปัจจัยตัวนี้มีบทบาทสำคัญที่สุดใน ตัวในการมีโชคจนทำให้สามารถรอดชีวิตจากภัยอันตรายมาได้


ความเห็นของ Dr.Wiseman ตรงกับความเชื่อของ Dr.Al Siebert ผู้เชี่ยวชาญคนสำคัญของอเมริกาในเรื่องจิตวิทยาของการเอาชีวิตรอด ซึ่งศึกษาบุคลิกภาพของการเป็นผู้รอดชีวิต (Survivor Personality) และพบว่าทักษะสำคัญยิ่งในการเอาชีวิตรอดคือ การมีทักษะสร้างโชคที่จะพบสิ่งดีๆ โดยไม่คาดฝัน (Serendipidity Talent) กล่าวคือเมื่อประสบภัย พวก "โชคดี" (ผู้สามารถเอาชีวิตรอดได้เป็นเลิศ) ไม่เพียงแต่ต่อสู้กับภัยได้ดีเท่านั้นยังสามารถเปลี่ยนแปลงภัยร้ายเป็นประโยชน์ได้ด้วย


ใครที่ดูภาพยนตร์ชุด Mclver จะเห็นความสามารถในการคิดแก้ไขปัญหาและอุปสรรคอย่างไม่หวั่นไหวด้วยการนำสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ บุคลิกภาพเช่นนี้ทำให้สามารถอยู่รอดได้อย่างดี จนดูเหมือนว่าเป็นคนมีโชคเหนือคนอื่นๆ


Dr.Wiseman เชื่อว่าในเรื่องการมีโชคสิ่งที่อธิบายไม่ได้เกี่ยวกับความมีโชคมีอยู่แค่ร้อยละ 10 เท่านั้น อีกร้อยละ 90 มีรากฐานมาจากวิธีการคิดของคน คนที่เคร่งครัดกับชีวิตจนเกินไปจะมองไม่เห็นสิ่งอื่นๆ ที่เป็นโอกาสเข้ามาหาตัว และถึงเข้ามาหาตัวเองก็ไม่พร้อมเพราะไม่เคยเตรียมพร้อมไว้ก่อนหน้านี้


ข้อค้นพบทางวิชาการนี้ทำให้เราพอสบายใจขึ้นได้บ้างกระมังว่าใครก็อาจมีโชคได้โดยไม่ต้องรอให้ขึ้นกับปัจจัยอื่นๆ ภายนอก ความมีโชคทำให้เกิดขึ้นได้ในขอบเขตหนึ่งด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีการมองโลกและบุคลิกภาพ


ทุกสิ่งในโลกที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผลอธิบายมันได้ทั้งสิ้น แม้แต่ความไร้เหตุผลก็ตาม


/ ขอบคุณพี่เจี๊ยบ ส่งให้อ่าน

วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 28, 2553

ธันวา--นักผจญภัย

ตัวใครดูเอานะ
เผยความลับ.....คนเกิด....

มกรา-เซ็กซ์จัด...
เป็น คนค่อนข้างรอบคอบ ระมัดระวังวิตกจริต คิดมากตลอดเวลา ในบางคนก็ชอบเก็บสะสมของเก่า ของโบราณ รู้จักเก็บ มัธยัสถ์ งก ขี้เหนียว เสียดายของ ประหยัด ชอบที่จะแชร์ค่าใช้จ่าย มองกำไรขาดทุนไว้ก่อนเสมอ ดูเหมือนเห็นแก่ตัว แต่จริง ๆ แล้วฉลาดจึงสามารถเป็นนักธุรกิจที่ดีได้ ทะเยอทะยาน ชอบเอาชนะ บางทีก็คิดเล็กคิดน้อยอะไรไม่รู้ เชื่อมั่นในตัว เองสูงมาก ทรหดอดทนเป็นยอดเลยล่ะ โดยเฉพาะในเรื่องงานแล้วล่ะก็บ้างานมาก บ้าจนทำให้บางทีความรักที่มีอยู่จืดไปเลย จะแต่งงานช้าก็เพราะมัวแต่เลือกมากคิดมากอยู่ นั่นแหละ ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับความรักสักเท่าไหร่ถ้างานที่ต้องรับผิดชอบนั้นยังไม่ เสร็จสิ้น เพราะเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง เป็นนักปฏิบัติ แต่ ในด้านความรัก ก็ใช่ย่อยมีเสน่ห์ล้ำลึกนัก 
.............มีความต้องการทางเพศค่อนข้างสูงอยู่เหมือนกัน บางครั้งก็ขี้หงุดหงิดเอาแต่ใจตัวเอง แต่ทำเป็นขรึมเย็นชาซะอย่างนั้น แหล่ะ .....555
.............บางทีก็ชอบเก็บตัวชอบสร้างกำแพง ทำเป็นหยิ่งแต่จริง ๆ กลับเป็นคนง่าย ๆ ไม่มีอะไรหรอก ไม่มีพิษไม่มีภัยกับใคร สงบนิ่ง เจ้าระเบียบซะอีกแน่ะ รักเกียรติยศชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่ ทำอะไรไม่ค่อยพึ่งใครชอบทำเอง แต่ก็เป็นคนมีบุญ มักได้คู่ดี


กุมพา-ช่างเลือก...
มัก เป็นคนที่มีอุปนิสัยร่าเริง เพื่อนฝูงมากมาย เพราะเป็นคนที่ต้องการมิตรที่แท้จริง แต่ก็มักไม่ค่อยมีเพื่อน และที่ สำคัญมีเพื่อนแท้น้อยมาก ชอบอยู่ในแวดวงสังคมที่ดี เพราะเป็นคนที่สามารถยิ้มแย้มแจ่มใสได้กับทุกสถานการณ์ ถึงแม้ว่าตนเองจะทุกข์อยู่ก็ตาม ชอบที่จะทำให้คนอื่นมีความสุข เป็นคนที่ช่างพูดช่างคุย ตีหน้าได้เก่ง มีนิสัยช่างคิดช่างจำแถมยังมีแผนการมากอีกด้วย เชื่อมั่นและมีความเห็นเป็นของตัวเอง ซื่อตรงดี ชอบอิสระไม่ชอบขึ้นกับใคร หรือให้ใครบังคับขู่เข็ญให้ทำ หรืออยู่ใต้การควบคุมของใคร อยากทำอะไรทำเองไม่ต้องมาสั่ง ชอบชีวิตที่เรียบง่ายมากกว่าถึงแม้ว่าตัวจะต้องอยู่ในสังคมก็ตาม เป็นคนที่มีหัวคิดริเริ่มมีไอเดียอะไรดี ๆ และแปลกใหม่อยู่เสมอ เพราะเป็นคนที่ใส่ใจเรียนรู้และสร้างสรรค์ ตามยุคตามสมัยทันเหตุการณ์ของโลกอยู่เสมอ ชอบเปลี่ยนแปลงจนคนรอบข้างตามไม่ทันหรือคิดไม่ถึงก็มี จริงใจเปิดเผยตรงไป ตรงมา นิสัยไม่ดีคือมักเอาแต่ใจและดื้อรั้นมาก ในบางครั้งก็ดูก้าวร้าวขวานผ่าซากและขี้งอน ขี้น้อยอกน้อยใจ เป็นคนที่ชอบสนุกสนาน ชอบช่วยเหลือเพื่อน ทั้งที่ทำคุณกับใครไม่ค่อยขึ้นหรอก คบกับใครก็ได้ ช่างเลือกด้วย แถมไม่ชอบผูกมัดหรือมีพันธะติดกับใคร จึงหาคู่ที่ ถูกใจยากออกสักหน่อย

มีนา--ใจพระ
เป็น คนที่ชอบเห็นอกเห็นใจชาวบ้าน ชอบช่วยเหลือคนอื่นแล้วก็ไปรับแบกภาระซะอย่างนั้นแหล่ะ เข้ากับคนง่าย ปรับตัวได้ดีมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีจิตใจที่เมตตาโอบอ้อมอารี มีคุณธรรมสูง ชอบสร้างบุญสร้างกุศล แต่มักเป็นคนที่ขี้เหงา ว้าเหว่ หรือไม่ชอบอยู่ในที่แคบ ๆ มักชอบที่จะอยู่ในที่โล่งแจ้งมากกว่า แต่อารมณ์มักอ่อนไหวง่ายมาก ๆ ในบางครั้งก็ขี้หงุดหงิด จิตใจไม่แน่นอน อารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเหมือนน้ำ ที่วันนี้ไม่รู้จะอยู่ในโอ่งหรือว่าขวดกันแน่ บางครั้งก็ดูแข็ง บางทีก็อ่อนไหวง่ายเหลือเกิน ด้วยความใจอ่อนนี่แหล่ะมักทำให้สูญเสียโอกาสดี ๆ ไปเสมอ ดูอ่อนโยนสุภาพแต่ก็มีอารมณ์ที่ก้าวร้าว และปากร้ายได้เหมือนกัน เพราะเป็นคนที่เย็นก็ได้ ร้อนก็ได้ เสียใจง่าย ดีใจง่าย คล้อยตามคนอื่นได้ ไม่ค่อยแข่งขันอะไรกับใคร มักพอใจในสิ่งที่ตนมี เป็นคนที่เชื่อเรื่องโชคลางสิ่งลี้ลับ และชอบที่จะจดจำเรื่องเก่า ๆ หลงรักใครได้ง่าย ๆ และมักจะจมอยู่กับรักเก่า ๆ นั้น แบบพวกมีรักฝังใจไม่ยอมลืม แต่กับบางเรื่องกลายเป็นคนที่ขี้ลืมบ่อย ๆ เหมือนคนแก่ และก็เป็นคนที่ไม่ค่อยใส่ใจใฝ่หาอะไรที่มันใหม่ ๆ ซะด้วยซิ ยกเว้นชอบที่จะซื้อรองเท้าใหม่ ๆ อยู่เรื่อยเลย ว่ากันว่าใครที่เกิดในเดือนนี้เท้าสวยแล้วจิตใจจะดีแถมเป็นคนชอบชิมชอบกิน เสียด้วยซิ 

เมษา--ไฮเปอร์....
เป็น คนที่มีนิสัยเหมือนเด็ก ๆ อยากรู้ อยากเห็น อยากได้อยากเป็นไปเสียหมด พอรู้พอเห็นแล้วก็เบื่อ ไม่เอาแล้ว อยากได้ของใหม่อีกแล้ว คือ เป็นคนขี้เบื่อเหมือนเด็ก ๆ ไม่ค่อยยอมฟังใครง่าย ๆ กล้าได้กล้าเสียไม่ค่อยกลัวอะไร ลุยลูกเดียว แล้วก็เจ็บ แถมเจ็บไม่รู้จักจำอีกด้วย ชอบกลับไปทำซ้ำใหม่แล้วก็เจ็บอีก บางทีก็ชอบทำเรื่องง่าย ๆ ให้เป็นเรื่องยากได้ จู้จิ้จุกจิกกับเรื่องไม่เป็นเรื่องก็ได้ แต่เป็นคนที่น่าคบนะ เพราะเป็นคนที่จริงใจตรงไปตรงมา ไม่ชอบเอาใจใครหรือเยินยอ ใคร ชอบไม่ชอบบอกกันตรง ๆ เลย แบบว่าถือของให้ใครก็ไม่เป็น ไม่ชอบผูกมัด ชอบอิสระ ชอบที่จะให้คนมาเอาใจมากกว่า และมักจะหึงและหวงคนรักนะ เพราะถ้ามีรักเมื่อไร จะเป็นคนที่รักเดียวใจเดียว รักแบบบริสุทธิ์ใจซะด้วยซิ และมักเป็นคนที่มีความต้องการทางเพศสูงอยู่เหมือนกันนะจ๊ะ ทะเยอทะยาน ใจร้อน ทำอะไรก็รวดเร็วทันใจ เดินยังดูรีบ ๆ เลย มีอารมณ์รุนแรงขี้โมโหหงุดหงิดง่าย แต่ก็หายเร็ว ทำอะไรหุนหันพลันแล่น อยู่นิ่ง ๆ ไม่เป็นจะอึดอัดหงุดหงิด เครียด ต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เช่น ชอบออกกำลังกาย หรือทำอะไรที่มันดูเป็นภาคสนามสักหน่อย จะสบายใจกว่าให้นั่งเฉย ๆ ใครอยากเป็นแฟนต้องเข้าใจและเอาใจ อย่าปล่อยให้เหงาเชียวแหล่ะ 

พ.ค.--เศรษฐี..
เรา จะเห็นว่าเดือนนี้มีสัญลักษณ์เป็นรูปวัวเพราะฉะนั้นต้องเข้าใจก่อนเลยว่า คนที่เกิดในเดือนนี้มักต้องทำเพื่อคนอื่นและต้องอดทนอย่างมาก เหมือนวัวนั่นแหล่ะ ดื้อรั้นเงียบแบบสงบเสียด้วยซิ มักเป็นคนที่ดูจะนิ่ง ๆ ไม่ค่อยแสดงออกสักเท่าไหร่ เป็นคนที่โกรธใครยาก แต่ถ้าโกรธนานเชียว แล้วถ้ามีใครมาแหย่ ให้โกรธเข้าล่ะก็ คุณแกจะกลายเป็นวัวกระทิงทันทีเลยล่ะ เป็นคนที่รักสวยรักงาม สะอาด รักความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำอะไรถูกกาลเทศะ ความคิด ความอ่านมักค่อนข้างหัวโบราณสักหน่อย เป็นบุคคลที่เปลี่ยนแปลงอะไรยากมาก ๆ เช่น การกิน หรือความเชื่อ ใครบอกก็ไม่เปลี่ยน นอกจากตัวเองจะเปลี่ยนแปลงความคิดหรือการกระทำเอง ไม่ค่อยยืดหยุ่นกับชีวิต ชอบคิดว่าฉันเป็นฉันเอง เป็นคนที่ชอบอยู่นิ่ง ๆ สงบ ๆ อยู่คนเดียวก็ได้ อยู่กับเพื่อน ๆ ก็ได้ โคตร อดทนและบึกบึนมาก งานทำได้ทุกอย่างหนักเอาเบาสู้ได้หมด แถมเป็นคนมัธยัสถ์ ประหยัด ชอบเก็บสะสมทรัพย์สินอีกด้วย เรียกว่าเศรษฐีได้เลย แต่ก็ไม่ค่อยได้ใช้เองหรอกชอบให้คนอื่น ยิ่งถ้าเป็นคนที่ตัวเองรักแล้วล่ะก็...เต็มที่ไปเลย เป็นคนที่อ่อนไหวต่อความรักมาก รักแล้วทุ่มเทเกินเหตุ มักถือดีเรื่องความรักเสมอ หรือจะชื่นชม ให้กำลังใจหน่อยก็จะดี คนเดือนนี้ชอบให้ชมบ่อย ๆ พวก บ้ายอไง 

มิ.ย.-อัฉริยะ..
เป็น คนที่ฉลาดมาก มักคิดอะไรได้รวดเร็วกว่าชาวบ้าน คือ มีความถนัดในการใช้สมองมากกว่ากำลัง ชอบคิดชอบพูด ชอบเขียน อยากรู้ อยากเห็น อยากลอง ต้องการเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ เพื่อความอยู่รอด จึงมักเป็นคนที่ดูทันสมัยอยู่ตลอดเวลา และในชีวิตมักมีอะไรเข้ามาทีละสองอย่างเสมอ ทำให้ต้องลำบากใจที่จะต้องเลือก ไม่ว่าจะเป็นความรัก หรือ การงาน ความคิดก็มักลังเล รักพี่เสียดายน้องอยู่นั่นแหล่ะ เป็นคนที่มีความสามารถหลายอย่าง สามารถทำอะไรหรือคิดอะไรได้ หลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน บางทีกลายเป็นคนสองบุคลิก หรือ คนสองหน้าได้เหมือนกัน สามารถแก้ปัญหาให้ใครต่อใครได้ในพริบตาเชียวล่ะ เป็นที่ปรึกษาและให้กำลังใจที่ดีเลยคนเดือนนี้น่ะ ชอบท่องเที่ยวไม่ชอบอยู่กับที่นาน ๆ 
ชอบเปลี่ยนแปลงอะไรต่อมิอะไรอยู่ ตลอดเวลา ทำให้ดูเหมือนเป็นคนที่ขาดความอดทน เป็ นคนที่ค่อนข้างตรงและเอาแต่ใจตนเอง ไม่ค่อยเก็บความสงสัยเอาไว้ จะถามให้รู้เรื่องไปเลย จะทำอะไรก็เหมือนกันจะต้องทำให้มันสำเร็จ ชนิดไม่เสร็จไม่เลิก มีความว่องไวใจร้อนมากโดยเฉพาะเรื่องงาน ไม่ชอบให้ใครมาจู้จี้ขี้บ่น หรือซักถามยิ่งเวลาไปไหนมาไหน ไม่ต้องถาม ถ้าอยากบอกจะบอกจะเล่าเอง ด้วยความทันสมัยและชอบเที่ยวจึงเป็นผู้ที่ใช้เงินเปลืองมาก 


ก.ค.--ขี้หึง..
นับ ได้ว่าเป็นคนอ่อนไหวไวต่อความรู้สึก ระมัดระวังตัวหวาดระแวงตกใจง่ายไม่ค่อยไว้ใจใครง่าย ๆ รู้รักษาผลประโยชน์รู้จักเก็บออมเงินเก่ง (ปูมักจะลากทุกอย่างเข้ารู) ถ้าเจอปัญหาเศร้าทุกข์อะไร จะขอหลบไปก่อน ไม่รับโทรศัพท์ ไม่รับแขก ไม่ยอมเจอใคร แต่พอตั้งสติได้จะค่อย ๆ กลับมาแก้ไขและกลับมาเป็นคนเดิมเอง เป็นคนรักบ้าน รักครอบครัวมาก ชอบอยู่กับบ้านและทำกิจกรรมที่บ้านมากกว่าให้ออกนอกบ้าน เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้ชาวกรกฎรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น มีความสุขที่สุด ดูจากภายนอกออกจะแข็งกร้าว ปากแข็งแต่จริง ๆ ภายในอ่อนปวกเปียกมาก ลองดูจากสัญลักษณ์ที่คนโบราณเปรียบเทียบไว้เป็นปูไง มีกระดอง แต่ข้างในนิ่มเชียว มีความอดทนต่อความยากลำบาก ชอบใส่ใจความรู้สึกคนอื่น ไม่ว่าเป็นหญิงหรือชายมักมีความเป็นแม่อยู่ในตัว มีสัญชาตญาณในการให้ ห่วงใยเอื้ออาทร ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน เอาอกเอาใจ (เฉพาะ) คนที่ตัวรัก เก็บรายละเอียดได้ดีไม่ว่าจะเรื่องอะไร โดยเฉพาะเรื่องเก่า ๆ หรือพวกรักฝังใจ ไม่ยอมลืม  แต่ เจ้าอารมณ์ชะมัดเลยล่ะ จู้จี้จขี้บ่น เจ้าระเบียบ ต้องปล่อยให้บ่นไป เดี๋ยวเหนื่อยก็หยุดไปเองแหละ ต้องระวังเรื่องเครียด เพราะเป็นคนวิตกจริตคิดมาก รักใครแล้วไม่ค่อยปล่อยง่าย ๆ แถมขี้หึงถึงตายเลยล่ะ (ปูหนีบ)

สิงหา--อีโก้สูง
คน ที่เกิดในเดือนนี้เหมือนจ้าวป่าจึงมักจะเริ่ดเชิดหยิ่งไว้ก่อนเดินยังเอา หน้าไปก่อนเลย ไม่ค่อยยอมก้มหัวให้ใครง่าย ๆ ไม่ง้อใครถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ชอบที่จะเป็นหัวหน้า เป็นผู้นำมากกว่าคล้อยตาม ชอบความเป็นอิสระทั้งด้านงานและการใช้ชีวิต ไม่ชอบขึ้นอยู่กับใคร เชื่อมั่นในตัวเองมาก ใจใหญ่ถึงไหนถึงกัน เล็ก ๆ ไม่ ใหญ่ ๆ ทำ รักเกียรติยศชื่อเสียง เสียอะไรไม่ว่า เสียหน้าข้าไม่ยอม ใจร้อนหงุดหงิด ขี้โมโห จริงจังกับชีวิตมากจนกลายเป็นพวกบ้าอำนาจ หรือจอมเผด็จการ ฉลาดหลักแหลม เจ้าปัญญา เจ้าความคิด คิดโน่นนี่ได้ตลอดเวลา แต่บางทีก็ไม่ยอมทำเอง ชอบใช้คนอื่นทำแทน จึงควรเป็นที่ปรึกษานั่นแหล่ะดี เพราะเป็นคนที่ไม่เคยเชื่อใจหรือไว้ใจใครเลย และไม่ค่อยชอบพึ่งใครด้วย รักเฉพาะพวกพ้องพี่น้องและครอบครัวของตัวเอง สามารถเสียสละให้ได้ทุกอย่าง เป็นคนที่อยากให้ทุกคนมารัก อยากให้ทุกคนยอมหรือยกย่องตัวเอง อย่าไปขัดใจหรือโต้แย้ง ปกติใครอยู่ด้วยจะน่ารักมาก เพราะจริง ๆ เป็นคนที่ขี้สงสารและชอบให้อภัย หรือให้โดยไม่ค่อยหวังผลตอบแทน เพียงแต่ไม่ชอบที่จะแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเท่านั้นเอง เป็นคนที่หาเงินเก่งและก็ใช้จ่ายเก่งด้วย ถ้าพอใจอยากได้อะไรต้องได้จะจ่ายไม่อั้น ยังไงก็ต้องรักษาหน้าไว้ก่อน จะหาคู่ครองต้องเป็นคนใจเย็นเป็นผู้ใหญ่กว่า มีปัญญาที่เหนือกว่าจึงจะอยู่กันได้ หรือไม่ก็อยู่ใต้เท้าคุณสิงหาคมแกไปเลยหมดเรื่อง 

กันยา--ผีเข้า/ผีออก...
นับ ว่าเป็นคนที่เฉลียวฉลาด คล่องแคล่วว่องไว มีเสน่ห์ ไม่ว่าเป็นชาย หรือ หญิงมักมีแต่เรื่องหยุมหยิม มีข้อสงสัย หรือ วิเคราะห์ ทุกอย่างจนเกินเหตุ เป็นคนที่เข้าใจยากอยู่สักหน่อย เพราะชอบเอาแต่ใจทำอะไรตามอารมณ์เหมือนผีเข้า ผีออก ไม่แน่นอน คนอื่นอาจจะงง ๆ เหมือนจะประสาทหลอน แต่จริง ๆ แล้วเพราะเป็นคนที่ละเอียดลออ เอามาก ๆ ชอบสังเกต พิถีพิถันออกแนวหัวโบราณ วิตกจริตคิดมากเท่านั้นเอง ช่างคิดช่างฝันช่างจินตนาการ มินิสัยชอบเปลี่ยนแปลงหรือพยายามทำสิ่งต่าง ๆ ที่คนอื่นเขาทำทิ้งไว้ ค้างไว้ ให้เสร็จสมบูรณ์ตามแบบฉบับของตัวเอง พูดง่าย ๆ ก็คือชอบ จู้จี้จุกจิก เจ้าระเบียบ ชอบจับผิดคนเก่งมาก แต่ก็เป็นคนที่มองโลกในแง่ดีนะ ถึงจะชอบจับผิดก็เถอะ แล้วชอบที่จะช่วยเหลือชาวบ้าน หรือดันไปแบกรับภาระคนอื่นมา จะดูเหมือนเรื่องมาก และเลือกมากไปเสียทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวต้องดูดีก่อนออกจากบ้าน หรืออาหารการกินต้องสะอาด โดยเฉพาะเรื่องความรักมักจะใช้เวลาเลือกค่อนข้างนาน แต่ถ้าได้รักแล้วมักจะรักนานเลยเช่นกัน เป็นคนที่ขยันทำมาหากินมาก บางครั้งประหยัดจนดูเหมือนขี้เหนียว ช่างพูดช่างเจรจา พูดเก่งและแก้ตัวเก่งอย่างมีเหตุผลเสียด้วยซิ ผิดกับการบอกรักกลับเป็นคนที่ไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย ปากแข็งมาก ถ้าคิดจะเอ่ยปากบอกรักใครสักคน เวลารักใครชอบรักจนหมดหัวใจ จึงมักโดนคนที่ตนรักหลอกหรือเอาเปรียบอยู่เสมอ 

ตุลา-รักง่าย/หย่ายเร็ว..
คน เดือนนี้เป็นคนสุภาพอ่อนโยน นุ่มนวล สะอาดน่ารัก เป็นนักการทูต มีพรสวรรค์ในการเจรจา (กะล่อน) แต่ประนีประนอม หรือ โน้มน้าวจิตใจคนได้ดี เป็นคนค่อนข้างตรงและเอาจริงเอาจัง คิดยังไงก็พูดออกมาอย่างนั้น สามารที่จะโอนอ่อนผ่อนตาม คล้อยตามมากกว่าขัดใจ ใครว่าอะไรก็ว่าด้วย เป็นคนที่มีเสน่ห์ อยู่ในตัวเอง ถ้าไม่หน้าตาดี บุคลิกก็ต้องดูดีมีราศี สามารถดึงดูดคนให้เข้ามาหาได้อย่างง่ายดาย ในบางคนก็รักสวย รักงานศิลปะ ชอบเข้าสังคมทำอะไรเพื่อสังคม ชอบความสนุกสนานร่าเริง ฟุ้งเฟ้อ ชอบความหรูหรา เป็นคนที่ถ้ารู้จักใคร ถูกชะตาจะรักมาก รักเร็วและทุ่มเทซะเกินเหตุ แต่ถ้านึกอยากจะเลิกก็เลิกเลยแบบไม่มีเหตุผลเช่นกัน เรียกได้ว่ารักง่าย หน่ายเร็ว เป็นคนที่รักพวกพ้องเพื่อนฝูงเอามาก ๆ ใครไม่เป็นพวกข้า ไม่ดีด้วย จนในบางครั้งดูเหมือนดื้อและก้าวร้าวมาก อารมณ์บางครั้งก็ขึ้น ๆ ลง ๆ จะตัดสินใจทำอะไรได้แต่ละอย่างคิดอยู่นั้นแหล่ะ (ลังเล) ไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวเอง มักต้องรอจังหวะ เหมือนตาชั่ง (สัญลักษณ์) กว่าตาชั่งที่เอียงไปเอียงมาจะตรงหรือสมดุลกันได้ก็เล่นเอานานเหมือนกัน ขยันทำงานฉลาดในการทำธุรกิจ มีความสุขุมรอบคอบและเยือกเย็นได้ แต่สิ่งที่ควรระวังก็คือมักเชื่อคนง่าย จึงมักมีสิทธิ์โดนหลอกใช้ได้เหมือนกัน 

พ.ย.--ลึกลับ...
คน เดือนนี้เป็นคนที่ดูแล้วค่อนข้างจะลึกลับ ถ้าไม่สนิทกันจริงไม่ค่อยเล่าเรื่องของตัวเองให้ใครฟัง ค่อนข้างไม่ค่อยไว้ใจใครง่าย ๆ มีความระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา เป็นคนที่เก็บความรู้สึกเก่ง เก็บความลับเก่ง ชอบทำตัวลึกลับ มีความในใจซ่อนเร้น มีความสงสัยอยู่ตลอดเวลา มีความทิฐิมานะ วางท่า ไว้ตัว ทำตัวเหมือนหยิ่ง อดทน อดกลั้น แต่ถ้ามีอารมณ์โกรธฉุนเฉียวขึ้นมาล่ะก็ กล้าเผชิญกับทุกสิ่ง จะหน้าไหนหรือใหญ่แค่ไหนก็ไม่ค่อยกลัว 
ช่างประชด ประชัน เหน็บแนมเก่งมาก คำพูดคำจาบางทีชอบพูดแรง ๆ ตรงเกินกว่าที่คนรอบข้างจะรับได้ แต่ก็พูดออกมาจากใจจริงของตัวเองนะ เป็นคนขี้งอนใจน้อย อารมณ์แปรปรวน เอาแต่ใจเจ้าอารมณ์ ไม่ค่อยสนใจใส่ใจใคร ดูเหมือนดุร้าย ไม่น่าเข้าใกล้ จนบางครั้งคนรอบข้างจะคิดว่าเป็นบ้า แต่แท้ที่จริงแล้ว ทำไปเพื่อจะป้องกันหรือปิดบังอะไรบางอย่าง ที่เป็นปมด้อยในตัวเองที่ไม่อยากให้ใครรู้ เป็นคนฉลาดเจ้าความคิดจะตายไป ชอบพลิกแพลงเอาชนะด้วยมันสมอง ไม่ค่อยชอบใช้กำลังสักเท่าไร มักมีเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงในการทำธุรกิจ 
ด้านความรักก็มักแต่งงานช้า หรือหาคนถูกใจยากสักหน่อย เพราะมัวแต่ขี้ระแวงอยู่นั่นแหล่ะ และไม่ค่อยชอบให้ใครมาจู้จี้มากนัก มีโลกส่วนตัวสูง แต่ก็เข้าได้กับทุกคนนะ เพียงแต่คนอื่นอ่านไม่ค่อยออก ก็เท่านั้นเอง 


ธันวา--นักผจญภัย
ด้วย ความชอบผจญภัยให้อยากอยู่บ้านแทบตาย ยังไงก็ต้องมีเหตุอันให้ต้องออกจากบ้านจนได้ ในชีวิตมักต้องไปได้ดีเอาไกลบ้าน ไกลเมือง ไกลถิ่นฐานที่เกิด หรือได้คนรักในแดนไกลแล้วชีวิตจะดีกว่า เป็นคนที่มักโชคดีเรื่องการเงิน เป็นคนอารมณ์ดี ขี้เล่นชอบพูด ชอบเล่าอะไรสนุกสนาน จนในบางครั้งเกินความเป็นจริงไปซะไกลเลยเชียว ชอบที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เพิ่มเติมจากที่ตัวเองรู้ ชอบพัฒนาชอบสำรวจ สามารถให้คำปรึกษากับคนรอบข้างได้ดี เพราะเป็นผู้รอบรู้และเป็นนักวางแผนที่ดีได้ เป็นคนที่ฉลาดและรอบคอบ คิดสร้างสรรค์อะไรมักจะไปเจริญหรือเป็นจริงได้ในอนาคต คือมีความคิดที่ก้าวไกลกว่าคนอื่น ๆ เหมือนหยั่งรู้อนาคตได้ยังงั้นแหล่ะ สามารถแก้ไขปัญหาได้ดี มีรสนิยมดีตรงไปตรงมาและ จริงใจ ชอบการเดินทาง เปิดหูเปิดตา ชอบกีฬา เรียกว่าอยู่นิ่ง ๆ ไม่ค่อยเป็น และชอบที่จะเป็นอิสระมากว่ามีเจ้านายคอยควบคุม อยากจะแสดงความสามารถที่มีอยู่ให้ใคร ๆ เห็นมากกว่า ชอบแหกกฎ อาจเป็นได้ว่าความถือดีว่าตัวเองมีปัญญาฉลาดกว่าคนอื่น เป็นคนที่โกรธง่ายหายเร็ว แต่อย่าย้ำซ้ำเติมความผิด ของเขานะ จะไม่ค่อยยอมรับผิดหรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ด้วยเลยล่ะ ทำให้เราเสียอารมณ์เปล่า ๆ

--------------------------------จบ ตัวใครตัวเค้า อิ อิ-------- 

  

วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 16, 2553

ISO ย่อมาจากอะไร

The International Organization for Standardization (Organisation internationale de normalisation)


ไม่ใช่ หรอกฮะ  ไม่งั้นมันก็ต้องเขียนว่า IOS สิ

ISO ก็คือ ISO ย่อมาจากคำว่า  isos (ἴσος),   ออกเสียงว่า aɪsoʊ     ไอโซ  มีความหมายว่าเท่าเทียม

วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 07, 2553

การทำงานบ้านในช่วงเวลากลางคืน

เป็นคนไม่ค่อยได้ทำงานบ้านสักเท่าไรนัก

แต่เมื่อถึงคราวต้องทำ

รู้สึกว่าการทำในช่วงเวลากลางคืน

ก็เหมาะสมดี ไม่ร้อน ไม่ต้องรีบร้อน

C.C.U กับ I.C.U

CCU ย่อมาจาก cardiac care unit ส่วน ICU ย่อมาจาก intensive care unit 
ทั้งสองจะดูแลผู้ป่วยอาการหนัก แต่ CCU จะเน้นเฉพาะโรคหัวใจ

Definition

An intensive care unit, or ICU, is a specialized section of a hospital that provides comprehensive and continuous care for persons who are critically ill and who can benefit from treatment.

Purpose

The purpose of the intensive care unit (ICU) is simple even though the practice is complex. Healthcare professionals who work in the ICU or rotate through it during their training provide around-the-clock intensive monitoring and treatment of patients seven days a week. Patients are generally admitted to an ICU if they are likely to benefit from the level of care provided. Intensive care has been shown to benefit patients who are severely ill and medically unstable—that is, they have a potentially life-threatening disease or disorder.

Although the criteria for admission to an ICU are somewhat controversial—excluding patients who are either too well or too sick to benefit from intensive care—there are four recommended priorities that intensivists (specialists in critical care medicine) use to decide this question. These priorities include:

  • Critically ill patients in a medically unstable state who require an intensive level of care (monitoring and treatment).
  • Patients requiring intensive monitoring who may also require emergency interventions.
  • Patients who are medically unstable or critically ill and who do not have much chance for recovery due to the severity of their illness or traumatic injury.
  • Patients who are generally not eligible for ICU admission because they are not expected to survive. Patients in this fourth category require the approval of the director of the ICU program before admission.

ICU care requires a multidisciplinary team that consists of but is not limited to intensivists (clinicians who specialize in critical illness care); pharmacists and nurses; respiratory care therapists; and other medical consultants from a broad range of specialties including surgery,pediatrics, and anesthesiology. The ideal ICU will have a team representing as many as 31 different health care professionals and practitioners who assist in patient evaluation and treatment. The intensivist will provide treatment management, diagnosis, interventions, and individualized care for each patient recovering from severe illness.

http://www.answers.com/topic/intensive-care-medicine

History

In 1854Florence Nightingale left for the Crimean War, where the necessity to separate seriously wounded soldiers from less-seriously wounded was observed. Nightingale reduced mortality from 40% to 2% on the battlefield, creating the concept of intensive care

In 1950anesthesiologist Peter Safar established the concept of "Advanced Support of Life," keeping patients sedated and ventilated in an intensive care environment. Safar is considered the first intensivist.

In response to a polio epidemic (where many patients required constant ventilation and surveillance), Bjørn Ibsen established the first intensive care unit in Copenhagen in 1953.[1] The first application of this idea in the United States was pioneered by Dr. William Mosenthal, a surgeon at the Dartmouth-Hitchcock Medical Center.[2] In the 1960s, the importance of cardiac arrhythmias as a source of morbidity and mortality in myocardial infarctions (heart attacks) was recognized. This led to the routine use of cardiac monitoring in ICUs, especially in the post-MI setting.


http://en.wikipedia.org/wiki/Intensive-care_unit






Definition


What Is the CCU?

After a heart attack or major cardiac surgery, patients typically are treated in a hospital's cardiac care unit, or CCU, which offers highly specialized care until their condition stabilizes.

The equivalent of an intensive care unit, or ICU, which is for critically ill patients with other types of conditions, a CCU contains extensive heart monitoring and testing equipment as well as a staff trained and certified in heart conditions and procedures and their aftermath.

More than 300,000 Americans undergo coronary bypass surgery each year, whereas another 920,000 suffer a first or subsequent heart attack, and 80 million people overall have some type of cardiovascular disease. Consequently, the CCU -- which is also known as the coronary care unit -- tends to be a busy place. The average stay in a CCU is five days, after which most patients are transferred to a hospital's step-down unit for less intensive care.

After step-down care, patients are usually discharged, often beginning cardiac rehabilitationprograms, which help patients make changes in diet, exercise and other lifestyle factors for at least several months.

What Happens in the CCU?

Like normal ICUs, CCUs are designed to limit stress to patients during the initial, critical phase of their treatment. Visitors are typically restricted to immediate family members, and visiting hours are often limited to two or three short periods of time per day. Food and other items brought from outside the hospital, such as plants and flowers, are usually prohibited as well. Patients in CCUs tend to be on supervised diets, and plants can introduce potential infection-causing bacteria into the environment.

Often, patients are hooked up to wires and tubes during their CCU stays, which can prove disconcerting to family members, but is necessary for close monitoring. All patients are connected to heart monitors, and some patients also require ventilators to assist their breathing. Additionally, a variety of tests are often done during a stay in the CCU, such as blood work or electrocardiograms, which measures the electrical activity of the heart. Many different cardiac medications may be given, including those to treat heart failure or to reduce the workload of the heart.

Stress-inducing noise, however, can be a hard-to-control problem in CCUs. Many medical devices, including heart monitors and respirators, emit periodic beeps and buzzes, and the around-the-clock movement of medical personnel through the unit can make the CCU less restful than intended.

A 2008 Journal of Clinical Nursing study found that CCU noise levels were often far beyond the recommended standard for hospitals and generally ranged from 60 to 70 decibels -- equivalent to the sound of a constantly running vacuum cleaner or highway traffic at close range.

http://heartdisease.about.com/lw/Health-Medicine/Conditions-and-diseases/Cardiac-Care-Unit.htm

วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 04, 2553

ห้องของหัวใจ

น่าสนใจ น่าอ่าน น่าคิด น่อลอง (กระทำ) 

พวกเราอ่านดูซิ

-------------------------------------------------------------------

ห้องว่างหนึ่งห้อง

เราใส่น้ำเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องน้ำ
เราใส่พระพุทธรูปเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องพระ
เราใส่เครื่องมือปรุงอาหารเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องครัว
เราใส่เครื่องนอนเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องนอน
เราใส่ชุดรับแขกเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องรับแขก
เราใส่บุคคลสำคัญเข้าไป ก็จะกลายเป็นห้องวีไอพี


ห้องแห่งหัวใจของเราก็ไม่ต่างอะไรกับห้องว่างเปล่าที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเลย ทุกครั้งที่เราบรรจุอะไรเข้าไปในใจ ใจของเราก็จะเปลี่ยนสถานภาพเหมือนกัน


เราใส่ความเมตตาเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจดี
เราใส่ธรรมะเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจบุญ
เราใส่ความโกรธเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจร้อน
เราใส่ความเลวเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจทราม
เราใส่ความกลัวเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจเสาะ
เราใส่ความเป็นนักสู้เข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจสู้
เราใส่ความขาดสติเข้าไป ก็จะกลายเป็นคนใจลอย

 

เห็นด้วยหรือไม่ว่า ใจของเรานั้นเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลเหนือกาย เป็นสิ่งที่คอยออกแบบชีวิตของเราให้เป็นไปอย่างไรก็ได้

พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่า ใจเป็นนาย ใจเป็นผู้นำ ใจเป็นผู้สร้างสรรค์ ... หรือบางทีก็ตรัสว่า จิตฺเตน นียติ โลโก แปลว่า โลกหมุนไปตามใจสั่งการ โลกในที่นี้ หมายถึง ชีวิตของเรานั่นเอง โลกคือชีวิต จะหมุนซ้าย หมุนขวา หมุนตรงหรือหมุนเอียง หมุนไปข้างหน้า หรือว่าหมุนไปข้างหลัง ทั้งหลายทั้งปวงนั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของใจทั้งหมดทั้งสิ้น

    ใจของเราไม่ต่างอะไรกับห้องที่ว่างเปล่า เราบรรจุอะไรลงไป ชีวิตของเราก็เป็นไปตามสิ่งที่บรรจุนั้น ทุกวันนี้ เราเคยถามตัวเองบ้างไหมว่า เราบรรจุอะไร ลงไปในห้องแห่งหัวใจของเราบ้าง ความรู้ ความงมงาย ความรัก ความโกรธ ความเกลียด ความโลภ ความดี ความชั่ว ความริษยา ความหน้าด้าน ความสะอาด สว่าง สงบ หรือความตื่นรู้ ชีวิตจะเป็นอย่างไร รุ่งโรจน์หรือร่วงโรย ขึ้นสูงหรือลงต่ำ สำคัญที่เราบรรจุอะไรลงไปในใจของเราเอง ...


/ ขอบคุณพี่จิ๋ม ส่งให้อ่าน

วันพุธ, กุมภาพันธ์ 03, 2553

ทีวีไทย

Rating:★★★★★
Category:Other
เป็นคนไม่ค่อยดูทีวี เพราะเบื่อๆ รายการ เนื้อหา
จนสองสามวันก่อน ได้มีโอกาส เปิดดูช่องนี้หลายรอบ
เลยต้องเปิดดูบ่อยๆครับ

เนื้อหา สาระน่าสนใจดีครับ ขอให้คงสภาพไฟแรงแบบนี้ไปนานๆด้วยเถิด ทีวีนกพิราบ

http://www.thaipbs.or.th/