วันจันทร์, มกราคม 17, 2554

หลักการเว้นวรรค

 

หลักเกณฑ์การเว้นวรรค

 

        ในการเขียนหรือพิมพ์หนังสือไทย การเว้นช่องว่างระหว่างคำ ข้อความหรือประโยคให้ถูกต้องเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะจะทำให้ข้อเขียนนั้นมีความถูกต้อง แจ่มแจ้ง ชัดเจน และอ่านได้ตรงตามความต้องการของผู้เขียน

        วรรค คือ คำ ข้อความ หรือประโยคช่วงหนึ่ง ๆ
       
การเว้นวรรค หมายถึง การเว้นช่องว่างระหว่างวรรค

        การเว้นวรรคแบ่งออกเป็น

        -การเว้นวรรคเล็ก มีระยะห่างระหว่างวรรคประมาณเท่ากับความกว้างของพยัญชนะ ก
        -การเว้นวรรคใหญ่ มีระยะห่างระหว่างวรรคประมาณ ๒ เท่าของการเว้นวรรคเล็ก

       

 ในการเขียนหรือพิมพ์หนังสือไทย มีหลักเกณฑ์ในการเว้นวรรค ดังนี้

๑. กรณีที่ต้องเว้นวรรค

        ๑.๑ การเว้นวรรคใหญ่
                 เว้นวรรคใหญ่เมื่อจบข้อความแต่ละประโยค

ตัวอย่าง

                 (๑) นั่งให้เรียบร้อย อย่าไขว่ห้าง
                 (๒) วิทยาการเป็นต้นธารให้บังเกิดความรู้และความสามารถในอันที่จะประกอบกิจตามหน้าที่ได้ดี ความเจริญงอกงามทั้งทางจิตใจและทางวัตถุย่อมเป็นผลสืบเนื่องมาจากวิทยาการ บ้านเมืองจะเจริญหรือเสื่อมก็เนื่องด้วยวิทยาการ

        ๑.๒ การเว้นวรรคเล็ก
                 เว้นวรรคเล็ก ในกรณีต่อไปนี้

 

                 ๑.๒.๑ ในประโยครวมให้เว้นวรรคเล็กระหว่างประโยคย่อยที่มีใจความสมบูรณ์และเชื่อมกับประโยคอื่น ๆ ที่ขึ้นต้นด้วยคำสันธาน "และ" "หรือ" "แต่" ฯลฯ

ตัวอย่าง

                 (๑) นายแดงอยู่ที่บ้านคุณพ่อของเขาที่ปากน้ำโพ แต่พี่ชายของเขาอยู่ที่บ้านซื้อใหม่ในกรุงเทพฯ
                 (๒) การเขียนหนังสือโย้หน้าเย้หลังไม่เป็นระเบียบ หรือการขาดความระมัดระวังในเรื่องช่องไฟ อาจเป็นเครื่องหมายส่อนิสัยของผู้เขียนเองได้
                 (๓) พุทธกับไสย แม้ต่างกันเป็นคนละด้าน แต่ก็ไม่เป็นสิ่งขัดแย้งกันในความเชื่อถือของคนชั้นสามัญทั่วไป

 

แต่ถ้าเป็นประโยคสั้นให้เขียนติดกัน

ตัวอย่าง

                 (๑) ฉันและเธอไปโรงเรียน
                 (๒) เขาอยากได้ดีแต่เขาก็ไม่ได้ดี
                 (๓) น้ำขึ้นแต่ลมลง

 

                 ๑.๒.๒ เว้นวรรคเล็กระหว่างชื่อกับนามสกุล

ตัวอย่าง

                 นายเสริม วินิจฉัยกุล

 

                 ๑.๒.๓ เว้นวรรคเล็กหลังคำนำพระนามพระบรมวงศานุวงศ์ พระนาม และฐานันดรศักดิ์                 

ตัวอย่าง

                 (๑) สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
                 (๒) สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
                 (๓) สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงศ์

                 ๑.๒.๔ เว้นวรรคเล็กระหว่างชื่อบริษัท ธนาคาร ฯลฯ กับคำ "จำกัด" ที่อยู่ท้ายชื่อ

ตัวอย่าง

                 (๑) บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มั่นคง จำกัด
                 (๒) ธนาคารทหารไทย จำกัด

 

                 ๑.๒.๕ เว้นวรรคเล็กระหว่างคำ "ห้างหุ้นส่วนจำกัด" และ "ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล" กับชื่อ

ตัวอย่าง

                 (๑) ห้างหุ้นส่วนจำกัด วีวรสิน
                 (๒) ห้างหุ้นส่วนจำกัดสามัญนิติบุคคล ปัญญากิจ

 

                 ๑.๒.๖ เว้นวรรคเล็กระหว่างชื่อสถานที่ต่าง ๆ เช่น ถนน ตำบล/แขวง อำเภอ/เขต จังหวัด

ตัวอย่าง

                 ราชบัณฑิตยสถาน ในพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน
                 แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๐๐

 

                 ๑.๒.๗ เว้นวรรคเล็กระหว่างคำนำหน้านามแต่ละชนิด
ตัวอย่าง

                 ศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมหลวงเกษตร สนิทวงศ์ หรือ
                 ศ. นพ. ม.ล.เกษตร สนิทวงศ์

 

                 ๑.๒.๘ เว้นวรรคเล็กระหว่างยศกับชื่อ

ตัวอย่าง

                 (๑) จอมพล ป. พิบูลสงคราม
                 (๒) พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ หรือ พล.ร.อ. สงัด ชลออยู่
                 (๓) ร้อยโทหญิง สุชาดา ทำความดี

 

                 ๑.๒.๙ เว้นวรรคเล็กระหว่างกลุ่มอักษรย่อ

ตัวอย่าง

                 นายเสริม วินิจฉัยกุล ป.จ. ม.ป.ช. ม.ว.ม.

 

                 ๑.๒.๑๐ เว้นวรรคเล็กระหว่างตัวหนังสือกับตัวเลข

ตัวอย่าง

                 เขาเลี้ยงสุนัขไว้ที่บ้านตั้ง ๓๐ ตัว

 

                 ๑.๒.๑๑ เว้นวรรคเล็กระหว่างวันกับเวลา

ตัวอย่าง

                 ราชบัณฑิตยสถานกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๐.๐๐ น.

 

                 ๑.๒.๑๒ เว้นวรรคเล็กหลังข้อความที่เป็นหน่วยมาตราต่าง ๆ กับข้อความที่ตามมา

ตัวอย่าง

                 โต๊ะประชุมแต่ละตัวมีขนาดกว้าง ๐.๘๐ เมตร ยาว ๑.๖๐ เมตร สูง ๐.๖๐ เมตร

 

                 ๑.๒.๑๓ เว้นวรรคเล็กระหว่างตัวหนังสือไทยกับตัวหนังสือภาษาอื่น

ตัวอย่าง

                 ข้าวเย็นเหนือเป็นชื่อไม้เถาชนิด Smilax china  L. ในวงศ์ Smilacaceae เหง้าใช้ทำยาได้.

 

                 ๑.๒.๑๔ เว้นวรรคเล็กระหว่างรายการต่าง ๆ เพื่อแยกรายการแต่ละรายการ ทั้งที่เป็นข้อความและกลุ่มตัวเลข

ตัวอย่าง

                 (๑) ศีล สมาธิ ปัญญา สามอย่างนี้เรียกว่า ไตรสิกขา
                 (๒) เลือกข้อความที่ถูกต้องเพียงข้อเดียวจากข้อ ก ข ค ง
                 (๓) ๑๕ ๑๓ ๑๑ ๙ ๗ ๕ ๓ ๑ ต่างก็เป็นจำนวนเลขคี่

 

                 ๑.๒.๑๕ เว้นวรรคระหว่างเครื่องหมายต่าง ๆ

                              ๑.๒.๑๕.๑ เว้นวรรคเล็กหน้าและหลังเครื่องหมายไปยาลใหญ่ ไม้ยมก เสมอภาคหรือเท่ากับ ทวิภาค วิภัชภาค และเครื่องหมาย + ที่ใช้ในทางภาษา (มิใช่เครื่องหมาย + ที่ใช้ในทางคณิตศาสตร์)

ตัวอย่าง

                 (๑) เขาเจริญพุทธคุณว่า อิติปิ โส ฯลฯ ภควาติ
                 (๒) วันหนึ่ง ๆ เขาทำอะไรบ้าง
                 (๓) อเปหิ = อป + เอหิ
                 (๔) กฤษณา : กฤษณาสอนน้อง แบบเรียนกวีนิพนธ์
           
 

                       ๑.๒.๑๕.๒ เว้นวรรคเล็กหน้าเครื่องหมายอัญประกาศเปิดและวงเล็บเปิด

ตัวอย่าง

                 (๑) สถานภาพของสตรีในสังคมอินเดียในอดีตมีลักษณะคล้าย ?เถาวัลย์? หรือบางทีก็ดูคล้าย ?กาฝาก? เพราะสตรีไม่สามารถพึ่งตนเองได้
                 (๒) มนุษย์ได้สร้างโลภะ (ความโลภ) โทสะ (ความโกรธ) และโมหะ (ความหลง) ให้แก่ตัวเองทั้งสิ้น

  

                      ๑.๒.๑๕.๓ เว้นวรรคเล็กหลังเครื่องหมาย จุลภาค อัฒภาค ไปยาลน้อย อัญประกาศปิด และวงเล็บปิด

ตัวอย่าง

                 (๑) พระพุทธ, พระธรรม, พระสงฆ์ เป็นรัตนะ ๓ ของพุทธศาสนิกชน
                 (๒) ชีวิตของตนเป็นที่รักยิ่งฉันใด ชีวิตของผู้อื่นก็ปานนั้น; สัตบุรุษเอาตนเข้าไปเทียบดังนี้ จึงกระทำความเมตตากรุณาในสัตว์มีชีวิตทั่วไป
                 (๓) โอ๊ย ! มาไม่ทันรถอีกแล้ว
                 (๔) สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
                 (๕) สถานภาพของสตรีในสังคมอินเดียในอดีตมีลักษณะคล้าย ?เถาวัลย์? หรือบางทีก็ดูคล้ายเป็น ?กาฝาก? เพราะสตรีไม่สามารถพึ่งตนเองได้

                 (๖) มนุษย์ได้สร้างโลภะ (ความโลภ) โทสะ (ความโกรธ) และโมหะ (ความหลง) ให้แก่ตนเองทั้งสิ้น

 

                 ๑.๒.๑๖ เว้นวรรคเล็กหลังข้อความที่เป็นหัวข้อ

ตัวอย่าง

                 (๑) อุทานวลี อุทานวลีหมายถึงคำอุทานที่มีคำอื่นประกอบท้ายให้เป็นวลียืดยาวออกไป เช่น คุณพระช่วย
                 (๒) วิเคราะห์กลวิธีดำเนินเรื่อง ในการวิเคราะห์กลวิธีดำเนินเรื่องจำเป็นต้องเข้าใจศิลปะการอ่าน หรือกติกาของนักอ่าน นักอ่านต้องพยายามทำใจเกี่ยวกับสัญนิยมของการแต่งหนังสือ

 

                 ๑.๒.๑๗ เว้นวรรคเล็กทั้งข้างหน้าและข้างหลังคำ ณ ธ

ตัวอย่าง

                 (๑) การนำสัตว์ขึ้นหรือลง ณ สถานีใด ให้เป็นดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ประจำท้องที่
                 (๒) ผลพระคุณ ธ รักษา ปวงประชาเป็นศุขสานต์

 

                 ๑.๒.๑๘ เว้นวรรคเล็กหน้าและหลังคำว่า "ได้แก่" ที่ตามด้วยรายการ มากกว่า ๑ รายการ

ตัวอย่าง

                 (๑) เครื่องล่อใจให้ติดอยู่ในโลก ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส
                 (๒) อาหารที่ช่วยป้องกันและต้านทานโรค ได้แก่ โปรตีน เกลือแร่ และวิตามิน

 

                 ๑.๒.๑๙ เว้นวรรคเล็กหน้าและหลังคำ "เช่น" (ในความหมายว่า ยกตัวอย่าง)

ตัวอย่าง

                 ส่วนหนึ่งแห่งสกลจักรวาล เช่น มนุษยโลก เทวโลก พรหมโลก

 

ยกเว้น "เช่น" ที่มีความหมายว่า "อย่าง, เหมือน" ไม่ต้องเว้นวรรคทั้งหน้าและหลังคำ

ตัวอย่าง

                 (๑) ดำ ว. มีสีเช่นสีเขม่า, มืด.
                 (๒) ใจดำเช่นกา

 

                 ๑.๒.๒๐ เว้นวรรคเล็กหน้าคำสันธาน "และ", "หรือ" ในรายการ

ตัวอย่าง

                 (๑) ระเบียบคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายว่าด้วยการผลิต การบรรจุ การเก็บรักษา การสำรวจ การขนย้าย การจำหน่าย และการส่งมอบน้ำตาลทราย
                 (๒) แล้วกัน (ปาก) ว. ออกเสียงแสดงความไม่พอใจ ตกใจ เสียใจ หรือประหลาดใจ เป็นต้น.

 

ยกเว้น ถ้ามีเพียง ๒ รายการ ไม่ต้องเว้นวรรค

ตัวอย่าง

                 (๑) ส่งเสริมสวัสดิการของครูและนักเรียนของโรงเรียน
                 (๒) เสียงสระทุกเสียงเป็นเสียงก้องหรือเสียงโฆษะ

 

                 ๑.๒.๒๑ เว้นวรรคเล็กหน้าคำ "เป็นต้น" ที่อยู่หลังรายการ

ตัวอย่าง

                 (๑) ประเภท น. ส่วนที่แบ่งย่อยออกไปเป็นพวก จำพวก ชนิด หมู่ เหล่า อย่าง แผนก เป็นต้น.
                 (๒) บ้านเป็นคำไทย เดิมหมายความว่าหมู่บ้าน ปัจจุบันยังมีเค้าให้เห็นอยู่ในชื่อตำบลต่าง ๆ มี บ้านหม้อ บ้านหมี่ บ้านไร่ บ้านนา บ้านบ่อ เป็นต้น

 

                 ๑.๒.๒๒ เว้นวรรคเล็กหลังคำว่า "ว่า" ในกรณีที่ข้อความต่อมาเป็นประโยค

ตัวอย่าง

                 จะสังเกตได้ว่า คนถนัดมือซ้ายมีน้อยกว่าคนที่ถนัดมือขวา

 

๒. กรณีที่ไม่เว้นวรรค

                 ๒.๑ ไม่เว้นวรรคระหว่างคำนำหน้าชื่อกับชื่อ

ตัวอย่าง

                 (๑) พระมหาสุทธิ สุทฺธิญาโณ
                 (๒) นายเสริม วินิจฉัยกุล
                 (๓) นางอินทิรา คานธี
                 (๔) นางสาววารุณี วงศ์คนไทย
                 (๕) เด็กชายวรา สิทธิ์รัตน์
                 (๖) เด็กหญิงสิรินท์ ทองดี
                 (๗) คุณนิลวรรณ ปิ่นทอง
                 (๘) คุณหญิงปิ๋ว มหาโยธา
                 (๙) ท่านผูหญิงพัว อนุรักษ์ราชมณเฑียร

 

๒.๒ ไม่เว้นวรรคระหว่างบรรดาศักดิ์ สมณศักดิ์ ฐานันดรศักดิ์ กับนาม หรือราชทินนาม

ตัวอย่าง

                 (๑) หลวงวิศาลศิลปกรรม
                 (๒) หม่อมราโชทัย
                 (๓) สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
                 (๔) หม่อมเจ้าโวฒยากร วรวรรณ
                 (๕) เจ้าจอมมารดาชุม (ในรัชกาลที่ ๔)

 

๒.๓ ไม่เว้นวรรคระหว่างคำนำหน้าชื่อที่เป็นตำแหน่งหรืออาชีพกับชื่อ

ตัวอย่าง
                 (๑) ศาสตราจารย์รอง ศยามานนท์
                 (๒) นายแพทย์ดำรง เพ็ชรพลาย

 

๒.๔ ไม่เว้นวรรคระหว่างคำหน้าชื่อที่แสดงฐานะของนิติบุคคล หน่วยงาน หรือกลุ่มบุคคลกับชื่อ

ตัวอย่าง
                 (๑) สมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย
                 (๒) มูลนิธิสายใจไทย
                 (๓) สำนักพิมพ์เมืองโบราณ
                 (๔) โรงพิมพ์สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
                 (๕) โรงเรียนสตรีวิทยา
                 (๖) บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มหาสมุทร จำกัด
                 (๗) กรมปศุสัตว์
                 (๘) กระทรวงศึกษาธิการ
                 (๙) คณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย

 

๒.๕ ไม่เว้นวรรคหลังเครื่องหมายไปยาลน้อย ในกรณีที่มีเครื่องหมายอื่นตามมา

ตัวอย่าง

                 รถไฟเที่ยวจากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่

 

๒.๖ ไม่เว้นวรรคทั้งหน้าและหลังเครื่องหมายยัติภังค์ ยัติภาค

ตัวอย่าง

                 (๑) -กระเฉง ใช้เข้าคู่กับคำกระฉับ เป็น กระฉับกระเฉง.
                 (๒) ภาษาตระกูลไทย-จีน

 

หลักเกณฑ์นี้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ แต่บางครั้งอาจเว้นวรรคหรือไม่เว้นวรรคก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้เขียน

ตัวอย่าง
                 นอกจากเงิน ยังมีโล่ทุกรางวัล
หรือ

                 นอกจากเงินยังมีโล่ทุกรางวัล

 

 

 

ที่มา : หนังสือหลักเกณฑ์การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและเครื่องหมายอื่น ๆ หลักเกณฑ์การเว้นวรรค หลักเกณฑ์การเขียนคำย่อ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ ๖ หน้า ๕๖-๖๖


โดย : ราชบัณฑิตยสถาน

 

การเขียนไม้ยมก " ๆ "

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ทั้งฉบับ พ.ศ. 2525 และฉบับ พ.ศ. 2542 เขียนไม้ยมกโดยเว้นวรรคทั้งหน้าและหลังไม้ยมก เช่น "สิ่งที่เป็นเส้น ๆ หุ้มยวงขนุน" และ "ติด ๆ กัน" [1] [2]

หนังสือ หลักเกณฑ์การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและเครื่องหมายอื่น ๆ หลักเกณฑ์การเว้นวรรค หลักเกณฑ์การเขียนคำย่อ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5 ระบุหลักเกณฑ์การเว้นวรรคไว้ว่า "ให้เว้นทั้งข้างหน้าและข้างหลังเครื่องหมายไปยาลใหญ่ ไม้ยมกหรือยมก เสมอภาคหรือเท่ากับ" หากแต่การเรียงพิมพ์ในเล่มกลับเว้นวรรคเฉพาะหลังไม้ยมก เช่น "หน่วยราชการต่างๆ เข้าร่วมประชุม" รวมทั้งชื่อหนังสือเอง ซึ่งชิดหน้า เว้นหลัง ("เครื่องหมายอื่นๆ") [3] อย่างไรก็ตาม ใน หลักเกณฑ์การใช้เครื่องหมายวรรคตอนฯ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 6 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่าให้ "เว้นวรรคเล็กหน้าและหลังเครื่องหมายไปยาลใหญ่ ไม้ยมก เสมอภาคหรือเท่ากับ..." และการเรียงพิมพ์ในเล่มสองคล้องกับหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ ตัวอย่างเช่น "วันหนึ่ง ๆ เขาทำอะไรบ้าง" [4]

ปัจจุบันเราพบว่าสิ่งตีพิมพ์ต่าง ๆ รวมทั้งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในอินเทอร์เน็ต พิมพ์ไม้ยมกในลักษณะต่าง ๆ กัน ดังนี้

  • ไม่เว้นวรรคเลย เช่น "ต่างๆกัน" ซึ่งผิดหลักเกณฑ์
  • เว้นวรรคทั้งหน้าและหลังไม้ยมก เช่น "ต่าง ๆ กัน" ซึ่งถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และ
  • เขียนไม้ยมกติดคำหน้า แต่เว้นวรรคด้านหลัง เช่น "ต่างๆ กัน" ซึ่งผิดหลักเกณฑ์

อนึ่ง ไม้ยมกไม่ใช่อักษร แต่มักจะจัดรวมไว้ในหมวดหมู่อักษรไทย เพื่อความสะดวกในการดูภาพรวมของอักษรและเครื่องหมายที่ใช้ในการเขียนหนังสือไทย

การใช้ไม้ยมก

วิธีใช้ไม้ยมก เมื่อประมวลจากการใช้ พอจะสรุปได้ดังนี้

  • ซ้ำคำ
"นี่ไม่ใช่งานง่าย ๆ" อ่านว่า "นี่ไม่ใช่งานง่ายง่าย"
"รู้สึกเหนื่อย ๆ" อ่านว่า "รู้สึกเหนื่อยเหนื่อย"
  • ซ้ำวลี
"เขาตะโกนขึ้นว่าไฟไหม้ ๆ" อ่านว่า "เขาตะโกนขึ้นว่าไฟไหม้ไฟไหม้"
"ในแต่ละวัน ๆ" อ่านว่า "ในแต่ละวันแต่ละวัน"

[แก้]กรณีที่ไม้ยมกไม่สามารถใช้ได้

  • เสียงซ้ำ แต่เป็นคำคนละชนิด
"ซื้อมา 2 ผล ๆ ละ 5 บาท" ควรเขียนว่า "ซื้อมา 2 ผล ผลละ 5 บาท" (สมัยโบราณนิยมเขียนแบบประโยคแรก)
"นายดำ ๆ นา" ควรเขียนว่า "นายดำดำนา" คำว่า ดำ ข้างหน้าคือชื่อคน เป็นคำนาม ส่วนดำข้างหลัง คือกริยา
"คน ๆ นี้" ควรเขียนว่า "คนคนนี้"
  • คำที่รูปเดิมเขียนซ้ำพยางค์ ซึ่งมีอยู่ไม่กี่คำ ดังนี้
นานา เช่น นานาชนิด, ต่าง ๆ นานา
จะจะ เช่น เห็นจะจะ, เขียนจะจะ
  • ในคำประพันธ์ หรือบทร้อยกรอง เช่น
หวั่นหวั่นจิตรคิดคิดหวนครวญครวญหา (ไม่ควรเขียน "หวั่น ๆ จิตรคิด ๆ หวนครวญ ๆ หา")
ยกเว้น กลบทบางประเภทที่กำหนดให้ใช้ไม้ยมก

http://th.wikipedia.org/wiki/ไม้ยมก

วันเสาร์, มกราคม 15, 2554

Light Night in Tokyo panorama 360ํ


กดเบาๆ  เพื่อ

เบิ่งภาพใหญ่  บนความสูง 150 เมตร 


เบิ่งเต็มจอ    บนความสูง 250 เมตร




---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



 

โตเกียวทาวเวอร์ (ภาษาญี่ปุ่น: 東京タワー, โตเกียวทะวา;  ภาษาอังกฤษ: Tokyo Tower) คือหอคอยสื่อสารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเขตมินะโตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มีความสูง 332.6 เมตร(1,091 ฟุต) 

สร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2501 (ค.ศ. 1958)

นอกจากจะเป็นหอคอยที่ไว้ส่งสัญญาณคลื่นวิทยุโทรทัศน์ต่างๆ เช่น NHK TBS ฯลฯ แล้ว โตเกียวทาวเวอร์ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของกรุงโตเกียวอีกด้วย 

โดยปีหนึ่งจะมีคนเข้าชมหอมากกว่า 2 ล้าน 5 แสนคน บริเวณหอคอยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ส่วนล่างสุดเป็นอาคารสูง 4 ชั้นที่ตั้งอยู่ใต้หอโดยตรง ภายในประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ ร้านคา ภัตตาคาร ฯลฯ อีก 2 

ส่วนที่เหลือเป็นจุดชมทัศนียภาพของหอคอย ตั้งอยู่บนความสูง 150 เมตร และ 250 เมตรตามลำดับ  (วีถึพีเดีย)

โตเกียวทาวเวอร์ ( Tokyo Tower ) ที่สูงเสียดฟ้า โครงเหล็กกล้าทาด้วยสีแดงและขาวสร้างเสร็จในปี 1958 เพื่อใช้สำหรับส่งสัญญาณโทรทัศน์

> และหวังให้ผู้พบเห็นรู้สึกเหมือนได้ชมหอไอเฟลของปารีส นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิว จากมุมสูงของโตเกียวได้ที่จุดชมวิวของหอโตเกียว ทาวเวอร์แห่งนี้ ตึกนี้สูง 333 เมตร ก่อสร้างด้วยเหล็กสีส้ม

ประวัติคร่าวๆ ของ โตเกียวทาวเวอร์
 
            หลังสงครามในปี 1950 ประเทศญี่ปุ่น มองหาอนุสาวรีย์ เพื่อมาเป็นสัญญาลักษณ์ เพื่อแสดงถึงอำนาจอิทธิพลทางเศรษฐกิจของโลก และยังถูกสร้างให้เป็นสถานีถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์             หอคอยโตเกียวถูกสร้างด้วยบริษัท Takenaka โดยสร้างจากสถาปัตยกรรมแบบโบราณของชาวญี่ปุ่น ที่เน้นถึงความแข็งแรง และเหนียวแน่น และโครงสร้างเสร็จในปี 1958 

ใช้เงินในการก่อสร้างกว่า 2.8 พันล้านเยน เป็นหอคอยขนาดยักษ์มีความสูงกว่า 333 เมตร และถูกบันทึกลงในหนังสือระดับโลกมากมาย 
            ตัวอาคารประกอบด้วยโครงสร้างเหล็กกล้า และมีความสูงกว่าหอ Eiffel ถึง 13 เมตร หอคอยโตเกียวยังเป็นเหมือนเส้นขอบฟ้าของกรุงโตเกียว จากที่ไม่เคยมีอนุสาวรีย์ที่มีชื่อเสียงระดับสากล 

แม้ว่าจะใช้เหล็กกล้าอันก้าวหน้า แต่ก็ยังหนักกว่าครึ่งของ Sibling ของประเทศฝรั่งเศส (ประมาณ 4000 ตัน) และเป็นหนึ่งใน 21 อนุสาวรีย์หอคอยที่ยิ่งใหญ่ของโลก ("The World Federation of Great Towers" ) อีกด้วย 

           โตเกียวทาวเวอร์นับเป็นจุดที่หลายคนที่ไปเที่ยวเมืองโตเกียวแล้วต้องไปเยี่ยมชม โตเกียวทาวเวอร์นั้นตั้งพุ่ง ทะยานเสียดฟ้าอยู่ทางขอบฟ้าด้านใต้ สถาปัตยกรรมทาสีแดงชาวชิ้นนี้สร้างเสร็จในปี 1958 เพื่อทำการส่งสัญญาณโทรทัศน์

 และหวังให้ผู้พบเห็นรู้สึกเหมือนกันได้ชมหอไอเฟลที่ปารีส และหอแห่งนี้ยังเป็นจุดชมวิวอันแสนวิเศษ

Attachment: Gr2.swf
Attachment: Gr3.swf
Attachment: Group2.swf
Attachment: Group3.swf

วันจันทร์, มกราคม 10, 2554

็Hula hoop




ฮูลาฮูป (hula hoop)









ฮูลาฮูป เป็นชื่อเครื่องเล่นประเภทเครื่องประกอบการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง  ลักษณะเป็นห่วงพลาสติกกลม ใช้ปั่นให้หมุนรอบตัวผู้เล่นด้วยการโยกขยับเอวให้รับห่วงที่หมุนนั้น.  

คำว่า ฮูลาฮูป มาจากคำภาษาอังกฤษว่า hula hoop ตามประวัติ คำนี้เกิดขึ้นในคริสต์ศักราช ๑๙๕๘ หรือพุทธศักราช ๒๕๐๑.  คำว่า hula เป็นชื่อการเต้นรำของชาวฮาวาย  ส่วนคำว่า hoop แปลว่า ห่วง. hula hoop  จึงแปลว่า  ห่วงสำหรับเต้นอย่างระบำ  ฮูล่า.     

ฮูล่าฮู้บ เข้ามาแพร่หลายในประเทศไทยในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๕  ใช้เป็นการเล่นของเด็ก ๆ.  เมื่อมีฮูลาฮูป  ก็มีผู้นำฮูล่าฮู้บเข้ามาประกอบการเล่นยิมนาสติกลีลาด้วย. ฮูลาฮูปได้เข้าร่วมแข่งขันเป็นครั้งแรกในกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ ๒๓  เมื่อพุทธศักราช  ๒๕๒๗  ณ นครลอสแองเจลิส   โดยมีกำหนดว่า ฮูลาฮูปต้องมีขนาดผ่าศูนย์กลาง ๘๐-๙๐ เซนติเมตร  มีน้ำหนัก ๓๐๐ กรัม.

ฮูลาฮูป เป็นของเล่นของคนยุคเบบี้บูมที่สร้างกระแสไปทั่วโลกเมื่อทศวรรษ 1950 เป็นอุปกรณ์สำหรับการฟิตซ้อมร่างกาย ฮูปเป็นของเล่นโบราณที่วิวัฒนาการมาจากเถาองุ่นแห้งยุคอียิปต์โบราณ และถูกพรรณนาไว้เป็นรูปภาพบนแจกันในเอเธนส์ในช่วงศตวรรษที่ 5 แต่ฮูปวันนี้ทั้งใหญ่หนัก หรูหรา และพกพาง่ายกว่าฮูปสมัยก่อน อีกทั้งยังแปลงร่างจากของเล่นเด็กมาเป็นอุปกรณ์การออกกำลังกาย เต้นแอโรบิก 

โดย ศริสเตเบล ซาเมอร์ ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารฮูปเกิร์ล บอกว่า "การเล่นฮูปเปลี่ยนชีวิตฉันโดยสิ้นเชิง" การเล่นฮูปในขณะนี้ได้วิวัฒนาการไปสู่ฮูปแดนซ์ ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการออกกำลังกายการบำบัด และการทำสมาธิสำหรับผู้ใหญ่ทุกวัยและทุกระดับ การเล่นฮูปมักถูกเรียกว่า โยคะแบบใหม่ จากประโยชน์ที่มีอยู่อย่างหลากหลาย ในทศวรรษ 1950 ฮูปเป็นเพียงของเล่นสำหรับเด็ก และเกี่ยวข้องกับกิจกรรมแค่การทำให้ฮูปหมุนอยู่รอบเอวเท่านั้น

ริชาร์ด จอห์นสัน เขียนไว้ในหนังสืออเมริกัน แฟดส์ปี 1985 ว่า "ตอนนั้นฮูปเป็นที่นิยมคลั่งไคล้ไปทั่วโลก เมื่อบริษัทแวม-โอเปิดตัวฮูลาฮูปในปี 1958 ปรากฏว่าห่วงพลาสติกน้ำหนักเบามือ ขายไปทั้งสิ้น 20 ล้านอันในช่วงหกเดือนแรกของการผลิต ไม่มีสิ่งใดจะสร้างกระแสในประเทศได้เท่าฮูลาฮูปมาก่อน ฮูลาฮูปยังคงเป็นมาตรฐานสำหรับการเปรียบเทียบความคลั่งไคล้ทั้งหมดภายในประเทศ" 

แต่สำหรับซาเมอร์ เจ้าของโปรแกรมที่ออกใบอนุญาตให้แก่ครูผู้สอนฮูปแดนซ์กว่า 250 คน จากสมาคมแอโรบิก และฟิตเนสแห่งอเมริกา มองว่า "การเล่นฮูลาฮูปในขณะนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความแข็งแรง การเคารพในตนเอง และยกระดับความสุขให้ตัวเองซึ่งเป็นพวกที่นั่ง ๆ นอน ๆ ตอนที่เริ่มเล่นฮูลาฮูป แต่พอผ่านไปร่างกายของเขาก็ผอมเพรียวลง และมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น"

 โจนาธาน แบกซ์เตอร์ ผู้ก่อตั้งฮูปพาร์ท เริ่มเล่นฮูลาฮูปมาตั้งแต่เมื่อ 16 ปีที่แล้ว เพื่อรักษากระดูกไหปลาร้าที่หัก โดยกล่าวว่า "มันช่วยรักษาอาการของเขาได้จริงๆ วันหนึ่งเขาพบว่าอาการอารมณ์แปรปรวนของตัวเองหายไปแล้ว และมีความสุขมาก จึงคิดว่าการเล่นฮูปเป็นการเยียวยาแบบหนึ่ง"

ฮูลาฮูปได้แพร่หลายในหลายประเทศ และไม่เคยตกยุคมาจนถึงปัจจุบันนี้








สำหรับการออกกำลังกายโดยใช้ฮูลาฮูปนั้น ดูจะใกล้เคียงกับการออกกำลังกายแบบไอโซเมตริก (Isometic Exercise or Static Exercise) มากที่สุด ซึ่งหมายถึง การออกกำลังกายแบบมีการหดตัวของกล้ามเนื้อ ชนิดที่ความยากของกล้ามเนื้อคงที่ แต่มีการเกร็งหรือตึงตัว (Tension) ของกล้ามเนื้อเพื่อต้านกับแรงต้านทาน ดังนั้น เมื่อมีการออกกำลังกายชนิดนี้ อวัยวะต่างๆ จึงไม่มีการเคลื่อนไหว แต่มีการเกร็งของกล้ามเนื้อในลักษณะออกแรงเต็มที่ในระยะสั้นๆ เช่น ออกแรงดันผนังกำแพง ออกแรงบีบวัตถุหรือกำหมัดไว้แน่น หรือในขณะนั่งทำงานเอว ฝ่ามือกดลงบนโต๊ะเต็มที่ เป็นต้น จากการศึกษาพบว่า การออกกำลังกายแบบไอโซเมตริกนี้ หากกระทำบ่อยๆ เป็นประจำจะมีผลต่อการเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อ ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น แต่มีผลน้อยมากในการเพิ่มสมรรถภาพของหัวใจหรือระบบไหลเวียนเลือด


การออกกำลังกายแบบไอโซเมตริกนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลา หรือสถานที่สำหรับออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นๆ เพราะเป็นการออกกำลังที่ใช้เวลาน้อย และสามารถกระทำได้เกือบทุกสถานที่ นอกจากนั้นยังเหมาะสำหรับนักกีฬาที่เพิ่งฟื้นจากการบาดเจ็บ เพราะไม่สามารถเคลื่อนไหวอวัยวะบางส่วนได้เต็มที่

อย่างไรก็ตาม นอกจากฮูลาฮูปจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ช่วยลดไขมันส่วนเกิน โดยเฉพาะคนที่มีพุงหรือมีน้ำหนักตัวมากๆ แล้ว สำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจหรือโรคความดันเลือดสูงที่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายประเภทนี้ เพราะเมื่อมีการเกร็งกล้ามเนื้อจะทำให้หัวใจต้องทำงานเพิ่มขึ้นพร้อมๆ กับการเพิ่มของความดันเลือดเกือบทันทีจึงอาจเป็นอันตรายในขั้นที่รุนแรงได้ ตลอดจนคนที่มีปัญหาที่กระดูกสันหลังช่วงล่าง (บริเวณเอว) และข้อเข่า ที่พอเวลาจับฮูลาฮูปได้ก็ตั้งหน้าตั้งตาส่ายเอวหมุนเข่าจนได้รับบาดเจ็บไป โดยไม่รู้ตัว


1.การเล่นฮูลาฮูป เป็นการออกกำลังกายในรูปแบบแอโรบิกอย่างหนึ่ง เล่นง่าย เป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายที่มีผลกระทบต่อร่างกายน้อย จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับคนทุกเพศทุกวัย

2. ฮูลาฮูป จะช่วยทำให้หน้าท้อง สะโพก แผ่นหลัง กล้ามเนื้อ บริเวณขา และเข่า กระชับมากขึ้น เนื่องจากไขมันส่วนเกินจะถูกเผาผลาญเพื่อใช้เป็นพลังงานออกไปกว่า 200-300 แคลอรี่ ภายใน 20 นาที ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการกำจัดไขมันส่วนเกิน ทำให้น้ำหนักตัวลดลง และกล้ามเนื้อกระชับมากขึ้น

3. เล่นฮูลาฮูป อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยกล้ามเนื้อ กระชับมากขึ้น กล้ามเนื้อทั้งลำตัว และความยืดหยุ่นของข้อต่อและกระดูกต่างๆ ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกมั่นใจกับรูปร่างและท่วงท่าการเดินของคุณ อีกทั้งการออกกำลังกายด้วยฮูลาฮูปนี้ จะทำให้คุณรู้สึกว่าสุขภาพของคุณดีขึ้น อาการเหนื่อยง่ายและปวดเมื่อยจากกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันที่เคยมีจะเกิดขึ้นน้อยลง

4. การเล่นฮูลาฮูป จะช่วยเพิ่มระดับการหมุนเวียนของเลือดไปสู่สมอง ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า และพร้อมที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้ทันที

5. เป็นการออกกำลังกายที่ใช้พื้นที่น้อย สามารถพกพาห่วงไปไหนมาไหนได้ทุกที่ ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินกับทุกคนในครอบครัวได้ทุกที่ทุกเวลา รวมถึงกลุ่มเพื่อนที่มาออกกำลังกายร่วมกันอีกด้วย

ประโยชน์ของการเล่นฮูลาฮูป

1.ช่วยพัฒนา เสริมสร้าง ตลอดจนฟื้นฟูกล้ามเนื้อรอบเอว ทำให้มีความกระชับแข็งแรง อดทน และยืดหยุ่นตัวดีขึ้น

2.ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์กล้ามเนื้อ

3.ช่วยพัฒนาและแก้ไขปัญหาบุคลิกภาพ รูปร่าง ทรวดทรง โดยเฉพาะรอบเอวให้ได้สัดส่วนสวยงาม

4.ช่วยพัฒนาสมอง ระบบประสาท กล้ามเนื้อ หากได้มีการฝึกที่หลากหลายวิธี

5.เป็นการฝึกสมาธิ



ข้อแนะนำ

1.เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่เข่าและเอว จึงไม่ควรโยกหรือหมุนเข่าโดยรอบและไม่ควรหมุนเอวเป็นวงกว้าง ควรหมุนฮูลาฮูปด้วยกล้ามเนื้อรอบเอวหรือให้รู้สึกว่าใช้เอวในการควบคุมการหมุนของฮูลาฮูป

2.ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บหรือเคยได้รับบาดเจ็บที่เข่าหรือเอว ผู้สูงอายุที่มีสภาพร่างกายเสื่อมถอย และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ควร
ปรึกษาแพทย์ก่อน

3.ควรใช้การฝึกความแข็งแรง อดทน ของกล้ามเนื้อรอบเอวด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย

4.การหมุนหรือส่ายฮูลาฮูป อาจไม่เพียงพอต่อการเพิ่มสมรรถภาพของหัวใจและปอด ควรเพิ่มการเคลื่อนไหวในขณะหมุน/ส่ายให้มากขึ้น หรือใช้การออกกำลังกายวิธีอื่นร่วมด้วย

5.ควรยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนและหลังการใช้ฮูลาฮูป

6.การใช้ฮูลาฮูปให้ได้ผลดี ควรดูแลเรื่องการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และถ้าต้องการลดพุง ควรลดหรืองดอาหารประเภทหวาน มัน เค็ม



วิธีการเล่นฮูลาฮูปให้ได้ผลดีมากที่สุด

1.ยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนและหลังการฝึกทุกครั้ง

2.ยืนแยกเท้าประมาณช่วงไหล่เพื่อให้ขาทั้งสองข้างรับน้ำหนักเท่าๆกัน และเป็นการป้องกันการบาดเจ็บที่เข่า

3.นำห่วงมาคล้องลำตัวให้อยู่ระดับเอว

4.มือทั้งสองข้างจับที่ห่วงในตำแหน่งใกล้ลำตัว พยายามถือห่วงให้ขนานกับพื้น จะช่วยให้เวลาเหวี่ยงทำได้ง่ายขึ้น

5.ถ้าถนัดมือขวา ให้ออกแรงเหวี่ยงจากมือและไหล่ขวาไปทางด้านซ้าย ให้ห่วงขนานกับพื้น โดยยังไม่หมุนเอว เหวี่ยงจนห่วงสามารถเลี้ยงอยู่ที่เอวได้มากขึ้น จึง
ส่ายเอวมารับห่วง แต่ต้องระวังไม่ส่ายเป็นวงกว้าง ซึ่งอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ข้อต่อบริเวณเอวได้ ควรควบคุมการส่ายด้วยการเกร็งรอบเอวไปด้วย

6.ในการเล่นฮูลาฮูปแต่ละครั้ง ความหนัก ความนาน และความถี่ของการเล่นขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย อายุ เพศ รวมถึงโรคประจำตัวที่อาจมีผลต่อการเล่นของแต่ละคน จึงควรเริ่มฝึกจากใช้ฮูลาฮูปที่มีน้ำหนักเบาๆก่อน เวลาหรือจำนวนรอบที่หมุนน้อยและควรให้ร่างกายได้พัก อาจฝึกวันเว้นวัน เมื่อร่างกายมีความแข็งแรงอดทนของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น จึงเพิ่มเวลาหรือจำนวนรอบในการหมุน แล้วจึงเพิ่มน้ำหนักของฮูลาฮูปที่ใช้

7.ความหนักของการฝึกฮูลาฮูปยังสามารถเพิ่มได้จากความเร็วในการหมุน โดยในการฝึกแต่ละครั้ง ควรเริ่มฝึกด้วยความเร็วในการหมุนห่วงน้อยๆ ก่อน หรือใช้เพลงประกอบที่มีจังหวะไม่เร็วมาก ฝึกวันเว้นวัน เมื่อร่างกายมีความแข็งแรงอดทนของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น แล้วค่อยๆ เพิ่มความเร็วในการหมุนห่วง หรือใช้เพลงที่มีจังหวะเร็วขึ้น

ในปัจจุบันนี้มีผู้ที่ผลิตฮูลาฮูปออกมาจำหน่ายเป็นจำนวนมาก มีฮูลาฮูปหลายหลากเวอร์ชั่น สีสันมากมาย รวมทั้งผลิตภัณฑ์ฮูลาฮูปทีผลิตขึ้นโดยมีและไม่มีน้ำ
เป็นส่วนประกอบ มีน้ำหนักที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรู้ ความเข้าใจของผู้ผลิตว่าเข้าใจในเรื่องของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพมากน้อยเพียงใด ตลอดจนเข้าใจหลักการใช้น้ำหนักเป็นแรงต้านหรือการฝึกความแข็งแรงอดทนของกล้ามเนื้อ สรีระวิทยาการออกกำลังกาย และประโยชน์อื่นๆที่ผู้ใช้จะได้รับ มิใช่มุ่งแต่จะโฆษณาเกินความเป็นจริง 

ถึงแม้ฮูลาฮูปจะมีประโยชน์ในการช่วยลดรอบเอวได้ก็จริง แต่สิ่งที่ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายไม่ได้กล่าวถึงก็คืออันตรายที่อาจได้รับจากการเล่นฮูลาฮูปอย่างขาดสติ
แต่กลับโฆษณาว่าสามารถเล่นได้ทุกกลุ่มอายุ ยิ่งผู้สูงอายุแล้วมีโอกาสเสี่ยงมากต่อการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังบริเวณเอว แต่ก็มิได้หมายความว่าผู้สูงอายุทุกคนจะเล่นไม่ได้

ส่วนผู้ที่มีปัญหาหรือเคยได้รับบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังคงห้ามเล่นอย่างเด็ดขาดนอกจากนั้น การที่บอกว่าสามารถเล่นได้ที่เอว แขน คอ และเข่า อาจแสดงให้เห็นถึงการขาดความรับผิดชอบของผู้ขาย โดยหลักของสรีระการออกกำลังกายแล้ว ห้ามหมุนเอวโดยรอบ และยิ่งหมุนเป็นวงกว้างแล้วอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อกระดูกสันหลังบริเวณเอวได้ 

บางคนยังมีความเข้าใจว่าถ้าหมุนหรือควงเอวให้กว้างมากเท่าไรเวลาเหวี่ยงฮูลาฮูปยิ่งดี ซึ่งถือว่าเข้าใจผิด ที่ถูกต้องควรใช้วิธีการเกร็งหรือแขม่วกล้ามเนื้อโดยรอบเอว เพื่อให้กล้ามเนื้อเหล่านี้เป็นตัวควบคุมการเหวี่ยงฮูลาฮูปแทนการหมุนเอวเป็นวงกว้าง ก็จะช่วยทำให้รอบเอวลดลง 

สำหรับผู้ที่ใช้ฮูลาฮูปมาเหวี่ยงที่คอ คงเคยเห็นผู้อื่นเหวี่ยงมาก่อนหรือจากทีวี อินเตอร์เน็ต อันนี้ถือว่าอันตรายที่สุด ในความเป็นจริงกระดูกข้อต่อบริเวณคอถือว่าเล็กและละเอียดอ่อนมาก โอกาสที่จะเคลื่อนหรือได้รับบาดเจ็บค่อนข้างสูง จะส่งผลโดยตรงต่อความผิดปกติของระบบประสาท กล้ามเนื้อ ดังนั้นผู้ที่นำฮูลาฮูปมาเหวี่ยงที่คอจะต้องเป็นผู้ที่มีกล้ามเนื้อรอบๆคอที่แข็งแรงหรือไม่ก็ใช้ฮูลาฮูปที่มีน้ำหนักน้อยมากมาก่อนหรือใช้มานาน แต่ถ้าหากไม่อยากเป็นผู้ที่มีอันจะกิน(นอนกิน) มีคนคอยป้อนข้าวป้อนน้ำ ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้ที่คอ 

ส่วนการใช้ฮูลาฮูปที่เข่าความจริงแล้วข้อเข่ากับข้อศอก ธรรมชาติสร้างมาเพื่อให้งอกับเหยียด เหมือนกับบานพับประตูหรือหน้าต่าง แต่สำหรับมนุษย์อาจหมุนได้บ้างนิดหน่อย ดังนั้นการหมุนข้อเข่าเป็นวงกว้างก็ไม่ได้ส่งผลดีร่างกายเลย ยิ่งบางคนเหวี่ยงฮูลาฮูปที่เอวหรือที่เข่า แล้วหมุน
เข่ามากๆ จะทำให้ข้อเข่าเกิดการบาดเจ็บได้เช่นกัน

....ขอหายใจเข้า ออก ลึกๆ ยาวๆหน่อยนะ อย่าเพิ่งถอดใจ.....กลับมาตั้งสติกันหน่อย.......ที่บางคนเห็นเด็กๆเค้าหยิบฮูลาฮูปมาปุ๊บก็เล่นได้เลย หรือเห็นคนอื่นเค้าเล่นได้ ก็ลืมไปว่าตัวเองน่ะอายุเลยเด็กมาแล้ว(เท่าไรเก็บไว้ในใจ อย่าเอะอะไป) แล้วบางคนก็ไม่เคย ออกกำลังกายมาเลย แต่ก็อยากเล่นน่ะ...คงต้องมาดูตัวเองหน่อยนะ(ไม่ถึงกลับต้องไปส่องกระจก เดี๋ยวจะรับไม่ได้)ว่ามีปัจจัยอะไรที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือไม่ เด็กเล่นได้จากธรรมชาติของวัยเค้า
มีความอ่อนตัวดี...ผู้ใหญ่สภาพร่างกายก็เสื่อมถอยไปตามวัย ก็ระวังหน่อยนะ...หาวิธีออกกำลังกายที่เหมาะกับตัวเราดีกว่า ที่เราชอบ พอติดเป็นนิสัย ก็ออกกำลังกายให้หลากหลายมากขึ้น 

สำหรับผู้ที่ยืนยัน นั่งยัน นอนยันว่าจะออกกำลังกายโดยอาศัยเอว(ฮูลาฮูป) ก็ใช้ฮูลาฮูปให้คุ้มค่า ให้เกิดประโยชน์ต่อสมรรถภาพร่างกายหลายๆด้าน.....บาง
คนพยายามซื้อหาอุปกรณ์ออกกำลังกายมาสารพัด ถึงแม้อุปกรณ์นั้นจะวิเศษ มีราคาแพงขนาดไหน หากถ้าไม่เคยหยิบใช้เลยก็ไร้ค่า....เครื่องมือที่ใช้ออกกำลังกายที่ดีที่สุด ก็คือตัวเรา ร่างกายของเรานี่เอง หากจะหาอุปกรณ์ออกกำลังกาย ก็ขอให้หาที่อยู่ใกล้ๆตัวเรา บ้านเรา ที่ทำงานเรา เข้ากับบริบทของเรา ชาติตระกูลของเรา(อันหลังนี้แถมให้) จะได้ไม่มีข้ออ้างว่าไม่มีเวลาออกกำลังกาย.....




ที่มา งานออกกำลังกาย ศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี

วันจันทร์, มกราคม 03, 2554